กรอกข้อมูลเพื่อรับโปรโมชั่น

ภูมิแพ้...ต้องไม่แพ้

โรคภูมิแพ้มีอยู่หลายประเภท เกิดได้จากหลายปัจจัย และวันนี้เราจะมาบอกเทคนิคการดูแลตัวเองให้กลับมาชนะโรคภูมิแพ้ได้อีกครั้ง

จุดเริ่มต้นของการแพ้
ภูมิแพ้เป็นโรคที่ร่างกายเกิดความผิดปกติเมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ มีการอักเสบของเยื่อบุอวัยวะต่างๆ ทั้งเยื่อบุโพรงจมูก เยื่อบุตาขาว เยื่อบุทางเดินหายใจ ทางเดินอาการ หรือผิวหนัง ซึ่งสารก่อภูมิแพ้มีทั้งสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ที่เป็นพวกไรฝุ่น ขนสัตว์ เกษรดอกไม้ หรือเชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ประเภทอาหาร อย่างนมวัว นมถั่วเหลือง ไข่ แป้งสาลี และอาหารทะเล

ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้น
ในการเกิดโรคภูมิแพ้ จะมีปัจจัยหลักอยู่ 2 อย่างที่เป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ หนึ่งคือปัจจัยด้านพันธุกรรม เพราะผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่จะเจอว่ามีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมีประวัติมาก่อน คิดเป็นร้อยละ 20-40 แต่ถ้าเคสไหนที่เคยมีประวัติการแพ้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ลูกก็จะมีโอกาสที่จะเป็นเพิ่มขึ้นถึง 50-80% ส่วนปัจจัยทางด้านสังคม เช่น มลพิษในอากาศ ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย หรือแม้แต่ควันโรงงาน คนที่ชอบกินพวกอาหารขยะ ที่เน้นแป้งและไขมันต้องระวังไว้ เพราะมีผู้ป่วยกว่า 15 % เป็นโรคนี้ทั้งๆ ที่พ่อแม่ไม่เคยมีประวัติได้เหมือนกัน

อาการแรกที่ต้องสังเกต
การเกิดการอักเสบจากการกระตุ้นของสารก่อภูมิแพ้ในอวัยวะที่ต่างกัน จะมีอาการที่ต่างกัน เช่น ถ้าเป็นผิวหนัง จะมีอาการผื่น คัน บริเวณใบหน้า ข้อพับ แขนขา หรือตามตัว แต่ถ้าเป็นเยื่อบุจมูก ผู้ป่วยก็จะมีอาการน้ำมูกเรื้อรัง ร่วมกับอาการจาม คันหรือคัดจมูก หรือถ้ามีอาการเคืองตา แสบตา หรือน้ำตาไหลบ่อยก็อาจจะเกิดการอักเสบ หรือภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาขาวได้ ถ้าเป็นเยื่อบุทางเดินหายใจ จะมีอาการไอ หายใจหอบ แน่นหน้าอก แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการอักเสบเยื่อบุทางเดินอาหาร ผู้ป่วยก็จะมีอาการท้องร่วงเรื้อรัง มีอาเจียน น้ำหนักลด อาจจะมีผื่นร่วมด้วยก็ได้

วิธีทดสอบอาการแพ้
การจะรักษาให้ถูกจุดนั้น แน่นอนว่าเราจะต้องรู้ก่อนว่าตัวเองแพ้สารก่อภูมิแพ้ตัวไหน ซึ่งเราขอแบ่งการเทสต์ออกเป็น 2 แบบ คือ การทดสอบผิวหนัง และการตรวจเลือด ซึ่งในการตรวจเลือดนั้น จะมีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง คือไม่สามารถที่จะหยุดกินยาภูมิแพ้ได้เลย

รู้แล้ว…ก็รักษาให้ตรงจุด
ความจริงแล้วทุกคนสามารถดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ โดยเริ่มจากหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เพื่อทำให้ร่างกายเราลดการสร้างสารแพ้ ทำให้อาการลดน้อยลง หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อลดปริมาณการใช้ยาแก้แพ้ให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อควบคุมอาการ การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ เราสามารถช่วยลดอาการแพ้ด้วยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หรือใช้ยาพ่นตามคำสั่งแพทย์ และสุดท้ายต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ นอนหลับให้เพียงพอ

เคสไหน...ควรต้องใช้วัคซีน
ตอนนี้จะมีโรคภูมิแพ้อยู่ 2 ชนิดที่สามารถรักษาด้วยวัคซีน คือ โรคแพ้อากาศ และโรคหืด โดยที่แพทย์จะฉีดสารก่อภูมิแพ้ให้ผู้ป่วย และเพิ่มปริมาณทีละนิดๆ เพื่อให้ร่างกายรู้จักและลดการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นๆ ลง ผู้ที่ตอบสนองได้ดีต่อวัคซีนก็จะต้องรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-5 ปี ผู้ป่วยที่จะใช้การฉีดวัคซีนจะเป็นกลุ่มที่ได้รับยาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ และกลุ่มคนที่คิดว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ได้

แพ็คเกจการทดสอบภูมิแพ้เด็ก


บทความ

Bachelor of Design
10x failed in love
I love traveling
I'm photographer