|
ไข้หวัดใหญ่ ( Influenza ) |
|
|
ไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดต่างกันอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่พบมากทุกอายุ โดยเฉพาะในเด็กจะพบมากเป็นพิเศษ แต่อัตราการตายมักจะพบในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต เป็นต้น การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ป้องกันได้ผลมากที่สุด สามารถลดอัตราการติดเชื้อ ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล
ระยะติดต่อ
ติดต่อทางเดินหายใจ ไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย
1. ระยะเวลาที่ติดต่อคนอื่นคือ 1 วันก่อนเกิดอาการ
2. 5 วันหลังจากมีอาการ
3. ในเด็กอาจจะแพร่เชื้อ 6 วันก่อนมีอาการ และแพร่เชื้อได้นาน 10 วัน
โรคแทรกซ้อน
1. ติดเชื้อแบคทีเรีย อาจจะทำให้ปอดบวม ฝีในปอด หนองในช่องเยื่อหุ้มปอด
2. ไข้หวัดใหญ่ในหญิงมีครรภ์ ผลต่อมารดามักเป็นชนิดรุนแรงและมีอาการมาก ผลต่อเด็กอาจจะทำให้แท้ง
อาการของโรค
1. ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างฉับพลัน
2. เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาการอาเจียน หรือท้องเดิน
3. ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดตามแขนขา ปวดข้อ ปวดรอบตา
4. ไข้สูง 39-40 องศาเซลเซียส ตามตัวจะร้อน แดง ตาแดง ไข้เป็น 2-4 วันแล้วค่อยลดลง
5. เจ็บคอ และคอแดงมีน้ำมูกใสไหล ไอแห้งๆ อาการคัดจมูกแสบคอจะหายใน 1 สัปดาห์
6. อาจมีอาการแทรกซ้อน ติดเชื้อแบคทีเรีย ปอดบวม ผู้ที่เสียชีวิตมักเกิดจากสาเหตุปอดบวม มารดาตั้งครรภ์อาจมีผลให้แท้งได้ถ้ามีอาการรุนแรง
การรักษา และการป้องกัน
• ใช้ยาในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์หรือมีโรคประจำตัว
• การฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด
วิธีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ซึ่งเป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อที่ตายแล้ว โดยฉีดที่แขนปีละครั้ง หลังฉีด 2 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันจึงจะพอป้องกันการติดเชื้อ
ตารางการฉีดวัคซีน
|
รายการวัคซีน
|
จำนวนที่ต้องฉีดวัคซีน
|
เมื่ออายุ
|
|
วัคซีนไข้หวัดใหญ่
|
1 เข็ม
|
ฉีดวัคซีน 1 เข็ม / ปี
|
|