ความรู้ : ศูนย์รักษาโรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่แค่ที่คุณคิด
โรคภูมิแพ้ ไม่ใช่แค่ที่คุณคิด
ภูมิแพ้ เป็นโรคทางเดินหายใจ และเป็นโรคที่พบมากของประเทศไทยโดยเฉพาะประชาชนในเขตเมืองเนื่องจากมลภาวะทางสภาพแวดล้อม ภูมิแพ้เกิดขึ้นได้ทุกระบบของร่างกาย และมีความชุกของโรคกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีตัวการสำคัญ เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ ที่เข้าสู่ร่างกายทางระบบหายใจ การรับประทานอาหาร การสัมผัสทางผิวหน้า ทางตา ทางหูและทางจมูกเป็นต้น สารก่อภูมิแพ้นั้นมีอยู่รอบๆตัวเราที่สามารถกระตุ้นอวัยวะต่างๆให้เกิดอาการแพ้ได้ตลอดเวลา

โรคต่างๆที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิแพ้
• โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ คันในจมูก จามติดกันหลายๆครั้ง น้ำมูกใสๆ ไหลมาก คัดแน่นจมูก อาการอื่นๆ เช่น หูอื้อ ปวดมึนศีรษะ น้ำมูกไหลลงคอ เสมหะติดในคอ
• โรคหืด ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หอบ แน่นหน้าอก หายใจเสียงวี้ด อาจเป็นตอนออกกำลังกาย ตอนกลางคืน หรือตอนเป็นหวัดก็ได้
• ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นผื่นคัน แห้งแดง และเรื้อรัง พบบ่อยบริเวณหน้า ข้อพับแขนขา
• ลมพิษ ผื่นนูน บวม คัน ตามผิวหนังส่วนต่างๆ บางรายอาจมีอาการบวมบริเวณหน้าตาหรือปากด้วย
• ผื่นแพ้ผิวหนังจากการสัมผัส เป็นผื่นคันจากการสัมผัสสารแพ้ต่างๆ เช่นผงซักฟอก ยาย้อมผม เครื่องสำอาง ถุงมือ โลหะ เป็นต้น
• แพ้ อาหาร มีอาการได้หลายระบบ ทั้งระบบผิวหนัง (ผื่นลมพิษ)ระบบหายใจ (คัดจมูก น้ำมูกไหล หอบ) ระบบทางเดินอาหาร (อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย) อาหารที่เป็นสาเหตุได้บ่อย คือ นมวัว ไข่ อาหารทะเล ถั่วลิสง
• เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ มีอาการแสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ขยี้ตาบ่อย เปลือกตาบวม
• ปฎิกริยาการแพ้แบบรุนแรง เกิดอาการหลังได้รับสารแพ้ภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่งโมง ทำให้มีอาการแน่นหน้าอกความดันโลหิตต่ำ และอาจเสียชีวิตได้ สาเหตุเป็นได้ทั้งจากแพ้อาหาร แพ้ยา แพ้แมลงต่างๆ เป็นต้น

หากคุณมีอาการแบบนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้
• เจอฝุ่นแล้วจาม มีน้ำมูกไหล คันตา คันจมูกเรื้อรัง
• ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
• มีผื่นคันเรื้อรังตามผิวหนังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
• มีอาการแพ้อาหาร หลังทานอาหารบางอย่างมีผื่นขึ้น ปากบวม ตาบวม หน้าบวม
• เป็นลมพิษบ่อยๆ
• สัมผัสกับสารบางอย่างแล้วมีผื่นขึ้น

แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้
1. การหลีกเลี่ยงหรือนำสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ออกจากสิ่งแวดล้อมใกล้ๆตัว เป็นการรักษาที่สำคัญที่สุดและช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
2. การรักษาด้วยยา มีทั้งยากิน ยาพ่นจมูก ยาพ่นปอด ยาหยอดตา ยาทาผิวหนัง ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
3. การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ โดยการฉีดสารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ และค่อยๆ เพิ่มปริมาณ จนผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่อสารนั้นซึ่งต้องรับการฉีดอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลา 3-5 ปี จึงจะได้ผลดี

ปฎิบัติตนอย่างไร ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้
1. ไม่เลี้ยงสัตว์ที่มีขนไว้ในบ้านโดยเฉพาะในห้องนอน
2. ไม่ควรตกแต่งห้องนอนด้วยพรม หรือมีตุกตา มั่นเช็ดฝุ่นบ่อยๆ
3. เครื่องนอนควรจะซักทำความสะอาดและต้มสัปดาห์ละครั้ง
4. หมั่นทำความสะอาด และดูดฝุ่นในบ้านและม่านกันแดด
5. กำจัดเศษอาหารให้มิดชิดเพื่อป้องกันแมลงสาบ
6. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ และใช้แบบที่มีเครื่องกรองอากาศชนิด HEPA filter
7. ระวังไม่ให้บ้าน ห้องน้ำ อับชื้น และไม่ควรปลูกต้นไม้ในบ้านเพราะทำให้เชื้อราเติบโต
8. อย่าไปใกล้บริเวณที่มีควันบุหรี่ ควันไฟ และบริเวณที่มีฝุ่นมาก
9. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ หากมีอาการหอบเหนื่อยเวลาออกกำลังกาย ควรสูดยา ป้องกันอาการหอบก่อน
10. ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง เพราะบางชนิดถ้าใช้ต่อเนื่องนานอาจมีอันตรายได้

ปิดหน้านี้