ทำไมต้องฉีดวัคซีนให้เด็ก



เคยสงสัยไหมว่า ทำไมลูกของเราถึงป่วยง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น ทั้งๆที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ทำกิจกรรมแบบเดียวกัน นั่นเป็นเพราะเมื่อแรกเกิด เด็กทุกคนเกิดมามีภูมิต้านทานโรคที่ไม่เท่ากันนั่นเอง เมื่อภูมิต้านทานโรคต่ำ จะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ติดเชื้อโรคได้ง่าย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ทำไมเด็กต้องฉีดวัคซีน?
เมื่อแรกเกิด จนถึงช่วงอายุ 1 ปีนั้น เด็กจะยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีพอในการต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ถ้าหากได้รับเชื้อโรคอันตรายในช่วงนี้ เช่น โรคหัด ไวรัสตับอักเสบ ก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จุดประสงค์ในการฉีดวัคซีนนั้นเพื่อป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะกับเด็ก การฉีดวัคซีนนั้นขัดขวางการแพร่ระบาด และลดผลกระทบที่ร้ายแรงของโรคติดต่อ ในบางกรณีอาจกําจัดโรคได้หมด

การฉีดวัคซีนมีประโยชน์อย่างไร การฉีดวัคซีนจะป้องกัน และช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายกับตัวของเด็กเอง อีกหนึ่งประโยชน์คือ เมื่อเด็กได้รับวัคซีนโรคนั้นๆแล้ว โรคนั้นจะไม่ติดต่อไปยังเด็กคนอื่น ฉะนั้น การฉีดวัคซีนจึงเป็นการเสริมสร้างพิเศษ ทั้งเสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และภูมิคุ้มกันที่จะส่งต่อโรคไปยังผู้อื่นด้วย

วัคซีนที่เด็กควรได้รับ

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส
– ต้องฉีด 2 เข็ม
– เข็มแรกฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดเข็มแรกอายุ 12-18 เดือน
– เข็มที่ 2 ให้ฉีดเมื่ออายุ 4-6 ปี อาจจะฉีดเข็มที่สองก่อนอายุ 4 ปีก็ได้ในกรณีที่มีการระบาดของโรค แต่ต้องห่างเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน
– ควรฉีดวัคซีนให้แก่เด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปีที่ยังไม่เคยเป็นอีกสุกอีใส
– ถ้าเริ่มฉีดเข็มแรกเมื่ออายุมากกว่า 13 ปี ให้ฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 1 เดือน

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ
– ต้องฉีด 2 เข็ม
– เข็มแรกฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
– เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
- ต้องฉีดให้ครบถ้วนทั้งหมด 3 ครั้ง
- ครั้งที่ 1 : ฉีดในวันที่กำหนดเลือก
- ครั้งที่ 2 : ฉีดห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน
- ครั้งที่ 3 : ฉีดห่างจากเข็มที่แรก 6 เดือน
- ในเด็กผู้หญิง หากฉีดเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี สามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็มก็เพียงพอ โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน
- ถ้าฉีดวัคซีนก่อนมีเพศสัมพันธ์ วัคซีนนี้จะมีประสิทธิภาพการป้องกันได้ดีที่สุด

วัคซีนป้องกันโรคปวดบวมและไอพีดี
- ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็ก เด็กต้องได้รับวัคซีนไอพีดี 4 ครั้ง
- ครั้งที่ 1 เมื่ออายุ 2 เดือน หรือเริ่มให้เมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์
- ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4 เดือน หรือห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
- ครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 6 เดือน หรือห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
- ครั้งที่ 4 เมื่ออายุ 12 – 15 เดือน หรือห่างกันอย่างน้อย 2 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วง (โรต้า)
วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วง มี 2 ชนิด
- ชนิดให้รับประทาน 2 ครั้ง เมื่ออายุ 2 เดือน และ 4 เดือน
- ชนิดให้รับประทาน 3 ครั้ง เมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน
- วัคซีนทั้งสองชนิด สามารถเริ่มให้ครั้งแรก เมื่ออายุ 6-15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายอายุไม่เกิน 8 เดือน แต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์
- ห้ามใช้วัคซีนในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง Severe combined immune deficiency และในเด็กที่มประวัติลำไส้กลืนกัน

ข้อจำกัดในการฉีดวัคซีนในเด็ก
• เด็กป่วยด้วยเหตุผลใดๆ หรือว่ามีไข้ (ปกติจะต้องรอให้เด็กหายดีแล้วจึงจะฉีดวัคซีนให้ได้)
• เด็กได้รับอาการข้างเคียง หรือ ผลกระทบที่เกี่ยวกับวัคซีนที่ได้รับก่อนนี้
• เด็กได้รับอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังจากรับประทานไข่ เนื่องจากวัคซีนบางชนิดมีส่วนผสมของโปรตีนจากไข่ ในกรณีนี้ การรับวัคซีน ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนได้รับการฉีด
• เด็กต้องกินยาบางประเภท โดยเฉพาะยาสเตรอยด์
• เด็กมีโรคประจําาตัวร้ายแรง อย่างเช่นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ศูนย์สุขภาพเด็กดีและวัคซีนเด็ก ชั้น 3 อาคาร A
โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
โทร 038-317-333 ต่อ 2305,3319
|| ย้อนกลับ ||