โรคภูมิแพ้จากไรฝุ่นและวิธีป้องกันในเด็ก

ไรฝ่นเป็นแมลงขนาดเล็ก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอาหารของฝุ่น คือ สะเก็ดผิวหนังและรังแคของมนุษย์ ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่ที่อุณภูมิประมาณ 25-30 องสาเซลเซียส ความชื้นร้อยละ 75-80 แหล่งที่พบตัวไรฝุ่นมากที่สุดคือ ในที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม เพราะในที่แหล่งเหล่าที่มีอุณห๓มิความชื้นและอาหารตามที่ต้องการ ไรฝุ่นกับโรคภูมิแพ้ สารจากตัวไรฝุ่นและอุจจาระของมัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หลังจากที่สุดหายใจเอาสะเก็ดอุจจาระของไรฝุ่นเข้าไป จะทำให้เกิดอาการแพ้ทางจมูก ได้แก่ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ หอบ หายใจลำบาก มีเสมหะมากขึ้น

วิธีป้องกันไรฝุ่น

1. คลุมที่นอน หมอน หมอนข้าง ด้วยผ้าซึ้งสามารถกันไม่ให้ตัวไรฝุ่น และสารจากไรฝุ่นลอดผ่านขึ้นมาได้ ( โดยช่องว่างระหว่างเส้นใยผ้าควรน้อยกว่า 10 ไมครอน ) ก่อนจะปูผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่ใช้ปกติทับอีกชั้นหนึ่ง 2. ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนผ้าห่มในน้อร้อน 55 – 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3. ไม่ควรปูพรมในห้องนอน เพราะพรมเป็นแหล่งที่สะสมไรฝุ่นได้เป็นอย่างดี 4. จัดห้องนอนให้โล่ง และมีเฟอร์นิเจอร์น้อยที่สุด

ผลเสีย ของการที่เด็กเป็นโรคภุมิแพ้

1. ความเคลียดของเด็ก ที่ร่างกายต้องประสบกับอาการแสดงของโรคภูมิแพ้ 2. ทำให้เกิดขาดสามธิในการเรียน 3. ในรายที่มีอาการในระบบทางเดินหายใจอาจทำให้เกิดโรคหอบหืดเรื้อรัง 4. ถ้ามีอาการแพ้รุนแรง อาจจะกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก 5. รบกวนการนอนหลับพักผ่อนของเด็ก

ทอสอบภูมิแพ้ทางผิดหนัง ( Skim Test )

เป็นการทดสอบ๓มิแพ้ทางผิวหนังสามารถทำให้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กโดยการใช้อุปกรณ์ปลายแหลมเล็กน้อยสะกิดน้ำยาที่มีสารก่อภิมแพ้ผิวหนังชั้นนอก บริเวณหลังหรือแขน และต้องมีการสะกิดน้ำยาฮีสตามีน ( Histamine ) ซึ่งจะต้องแพ้ทุกคน โดยขึ้นเป็นตุ่มนูน เรียกว่า Positive Control และสะกิดน้ำเกลือ ซึ่งจะต้องไม่ขึ้นเป็นตุ่มนูน เรียกว่า Negative Control เพื่อให้ทราบว่าแพ้สารก่อให้ภูมิแพ้ชนิดไหนและสามารถหลีกเลี่ยงๆด้ถูกต้อง ทำให้ควบคุมโรคภูมิแพ้ได้ดีมากขึ้น

ผู้ที่ควรรับการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

- สงสัยว่ามีอาการภูมิแพ้ทางจมูก เช่น คัดจมูก คันจมูก ขยี้จมูก จามมีน้ำมูกเป็น ๆ หาย ๆ - สงสัยว่ามีอาการภูมิแพ้ทางตา เช่น คันตา ขยี้ตา ตามบวมแดงปอย ๆ - หอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง ต้องพ่นยาขยายหลอดลมบ่อบ ๆ - ผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ - สงสัยว่าแพ้อาหาร

วิธีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

1. เช็ดบริเวณผิวหนังที่จะทำการทำทดสอบภูมิแพ้ 2. ใช้ปากาเขียนตำแหน่งที่ทำการสะกิดการก่อให้เกิดภูมิแพ้ 3. หยดสารก่อภูมิแพ้ที่ทำจะทำการทดสอบในตำแหน่งที่เขียนไว้และใช้อุปกรณ์สะกิดบริเวณที่หยดสารก่อให้เกิกภูมิแพ้ 4. ซับน้ำยาสารก่อภูมิแพ้ออก 5. รออ่านผลที่ 15 นาที ถ้าแพ้จะมีตุ่มนูนขึ้นมา

การเตรียมตัวก่อนทกสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

- งดยาแพ้ทุกชนิด เช่น Zyrtes , Loratadine , Telfast , Aerius , Chlorpheniramine , Atarax มาก่อนอย่างน้อย 7 วัน - งดยาที่ทำให้อยากอาหาร ได้แก่ Cyproheptadine มาอย่างน้อย 7 วัน - งดการทายากลุ่มสเตียรอยด์ ( Steroid ) บริเวณผิวหนังที่ทดสอบมาก่อนอย่างน้อย 3 สัปดาห์ - กรณีการแพ้รุนแรงแบบอะนาฟัยแลกซีส (Anaphylaxis) ให้รอจนกว่าจะหายดีและเว้นระยะเวลาก่อนทำการทดสอบ 4 สัปดาห์ - ไม่ต้องงดยาพ่นทางปาก, ยาพ่นทางจมูก หรือ ยา Montelukast (Singulair) มาก่อน ให้ใช้ต่อเนื่องจนถึงวันทำการทดสอบได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

- คันหรือเจ็บเล็กน้อย บริเวณที่ทำการทดสอบภูมิแพ้ - ส่วนน้อยมาก ประมาณ 1 ใน 1 ล้านครั้งมีอาการแพ้แบบรุนแรงได้

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
แผนกกุมารเวชกรรม ชั้น 3
โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
โทร. :038-317-333 ต่อ 2305, 2337
|| ย้อนกลับ ||