ลูกพูดช้า...ทำอย่างไรดี


"โดยทั่วไปเด็กที่ถือว่า มีปัญหาพูดช้า ก็ต่อเมื่อเด็กไม่สามารถพูดคำที่มีความหมายได้เลยเมื่ออายุ 2 ขวบ"

ปกติเด็กจะพูดคำที่มีความหมายได้คำแรกเมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ มักจะพูดคำที่ออกเสียงง่าย ๆ ได้ก่อน เช่น หม่ำ ๆ แม่ ปาป๊า มาม้า และจะพูดได้ 2 -3 คำติดกันได้เมื่ออายุประมาณ 2 ขวบ

เด็กที่ยังไม่พูดในขณะที่เด็กวัยเดียวกันพูดได้แล้ว มักจะทำให้ผู้ปกครองวิตกกังวล เด็กจำนวนหนึ่งที่พูดช้าอาจเป็นอาการของความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งเราควรทราบได้โดยไม่ต้องรอจนเด็กอายุ 2 ขวบ

สาเหตุของการพูดช้า
พัฒนาการด้านภาษาล่าช้า คือ เด็กมีพัฒนาการด้านอื่นปกติ แต่พัฒนาการด้านภาษาช้าเพียงอย่างเดียว โดยเด็กแบ่งเป็นหลายกรณีดังนี้

เด็กบางคนพูดช้า แบบที่เรียกว่า "ปากหนัก" เด็กมีการรับรู้ภาษาสมวัย เข้าใจและทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้เพียงแต่ไม่เปล่งเสียงพูด ซึ่งเด็กมักจะบอกความต้องการด้วยการชี้บอกหรือใช้ภาษาท่าทางอื่น ๆ เด็กบางคนมีประวัติครอบครัวพูดช้า พูดไม่ชัดด้วย เด็กกลุ่มนี้มักพัฒนาต่อไปจนเป็นปกติ เหมือนเด็กอื่นในที่สุด

เด็กที่มีความล่าช้าทั้งด้านความเข้าใจและการพูด เด็กกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการเข้าใจภาษาเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน ซึ่งผู้เลี้ยงดูเด็กส่วนมากสังเกตุเห็นแต่เฉพาะการพูดช้าของเด็ก แต่มักมองข้ามความเข้าใจด้านภาษา

เด็กที่มีการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารบกพร่อง เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถใช้ภาษาให้เหมาะสมรสถานการณ์หรือไม่ใช้ภาษาไม่ถูกกาละเทศะ

ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา แบบที่เรียกกันว่า เด็ก "ไม่รู้เรื่อง" เมื่อเทียบกับเด็กอื่นวัยเดียวกัน บกพร่องทั้งด้านความเข้าใจสถานการณ์ การปรับตัว ความจำ เด็กมักจะพูดช้ากว่าวัย ร่วมกับมีทักษะ การเล่นหรือการแก้ปัญหาช้ากว่าเด็กทั่วไปด้วย

โรคออทิสติก คือ เด็กมีความบกพร่องด้านการสื่อสารสัมพันธ์กับผู้อื่น เด็กจะพูดช้าหรือเคยพูดได้แล้วหยุดไปหรือพูดเป็นภาษาต่างด้าว แต่เป็นคำที่ไม่มีความหมาย มีพฤติกรรมแยกตัว ไม่ค่อยเล่นหรือสุงสิงกับคนอื่น ไม่ค่อยสบตา หรือชี้บอกความต้องการ บางคนอาจมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่น หมุนตัว มองของที่หมุนได้นาน ๆ เป็นต้น

เด็กที่มีภาวะการได้ยินบกพร่อง ซึ่งมีความรุนแรงระดับต่างกัน คือ เด็กบางคนไม่ได้ยินเลย หรือได้ยินไม่ชัดเจนจึงพูดไม่ได้ หรือพูดช้า พูดน้อยกว่าปกติ เด็กมักจะพยายามจ้องมองปากเวลาคู่สนทนา หรือพยายามสังเกตุท่าทางของผู้อื่น สื่อสารกับผู้อื่นโดยการใช้กาย ใช้ท่าทางประกอบการสื่อสารเพิ่มขึ้น


การวินิจฉัย การพูดช้าของเด็ก
ผู้ปกครองที่สงสัยว่าลูกพูดช้าหรือไม่ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจร่างกายทั่วไป และประเมินพัฒนาการทุกด้าน สังเกต พฤติกรรมเด็ก รวมทั้งพิจารณาส่งตรวจการได้ยิน เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไป

การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ ที่ผู้ปกครองสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาให้ลูกได้ง่าย ๆ
- ให้เวลาในการพูดคุยกับลูกมากขึ้น
- ลดการให้ดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมส์ลง ถ้าจำเป็นต้องให้ลูกดูโทรทัศน์บ้าง ควรมีผู้ใหญ่นั่งดูอยู่ด้วย และชวนพูดคุย ซักถามให้เด็กรู้จักคิดและโต้ตอบ
- ชักชวนให้เด็กพูดบอกความต้องการง่าย ๆ เช่น "จะเอานมมั้ยคะ นม...นม "เมื่อเด็กแสดงความอยากดื่มนม
- เมื่อเด็กใช้ภาษาท่าทางบอกความต้องการ ควรลองให้เด็กพยายามออกเสียงบอกก่อนจะทำให้เด็กออกเสียงได้บ้าง หรือแม้แต่พยายามจะออกเสียงก็ตาม
- ให้เด็กมองปากคนเลี้ยงในการพูดคำง่าย ๆ โดยการก้มลงไปพูดกับเด็ก และชี้ให้เด็กดูการออกเสียง
- ถือโอกาสชวนเด็กดู และพูดถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เมื่อทำกิจกรรมร่วมกันในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมสันทนาการในบ้าน
- ใช้สื่อประกอบการสนทนา เช่น หนังสือนิทานหรือหนังสือรูปภาพชักชวนให้เด็กดู และชี้บอกหรือพูดตามในช่วงเวลาที่เด็กสงบมีสมาธิบ้างในช่วงสั้น ๆ ถึงแม้เด็กจะพูดไม่ได้การสอนให้เด็กคุ้นเคยกับการฟังและเกิดความเข้าใจเป็นการช่วยกระตุ้น ให้เด็กพูดเร็วขึ้น

ภาวะบางอย่างที่ไม่เป็นสาเหตุของการพูดช้า
- ลิ้นไก่สั้น ไม่เป็นสาเหตุของการพูดช้า
- พังผืดใต้ลิ้น ไม่เป็นสาเหตุของการพูดช้า แต่ถ้าพังผืดยึดลิ้นมา ทำให้เด็กเคลื่อนไหวลิ้นไม่สะดวกทำให้เด็กพูดไม่ชัดได้
- การเลี้ยงดูที่ปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียวโดยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรง แต่ในกรณีที่เด็กมีแนวโน้มจะมีปัญหาด้านภาษาอยู่แล้ว การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมจะเป็นสาเหตุให้ปัญหารุนแรงขึ้น
- ในบ้านมีการพูดกันหลายภาษา ไม่เห็นสาเหตุของการพูดช้าในเด็กปกติ เพราะเด็กสามารถพูดได้แม้จะมีความสับสนพูดปนกันหลายภาษาในช่วงแรก ๆ ก็ตาม แต่จะพัฒนาไปเป็นภาษาพูดทุกภาษาให้เป็นปกติได้ในที่สุด


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
แผนกกุมารเวชกรรม ชั้น 3
โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
โทร. :038-317-333 ต่อ 2305, 2337
|| ย้อนกลับ ||