วัคซีนรวม 6 โรค
logo
วัคซีนรวม 6 โรค โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
ความรู้ :
วัคซีนรวม 6 โรค
วัคซีนรวม 6 โรคมีประโยชน์อย่างไร?
* ป้องกัน 6 โรคสำคัญ ได้แก่ คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ตับอักเสบบี โปลิโอ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ
* ลูกเจ็บตัวน้อยลง
* ผลข้างเคียงต่ำ เนื่องจากใช้วัคซีนไอกรนชนิดพิเศษที่ปราศจากตัว เชื้อโรค
* ผนวกรวมวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดซึ่งปลอดภัยกว่าวัคซีนโปลิโอชนิด รับประทาน
* สะดวกกว่าการฉีดครั้งละหลายเข็มและมั่นใจได้ว่าลูกจะได้รับ วัคซีนครบทุกตัว
* ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการแยกฉีดวัคซีนชนิดเดี่ยวๆ ทีละเข็ม

วัคซีนรวม 6 โรคในเข็มเดียว ป้องกันโรคใดบ้าง ทำไมต้องป้องกัน โรค 6 ชนิดนี้?



โรคที่สำคัญ 6 โรคนี้ คือ โรคคอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยัก โรคตับอักเสบบี โรคโปลิโอ และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ

โรคเหล่านี้ร้ายแรงอย่างไร?
โรคคอตีบ เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิด ไอจามรดกัน การอักเสบบวมของอวัยวะต่างๆ ในลำคอเห็นเป็นแผ่นหนองหนาๆ ในคอ ทำให้เกิดการหายใจลำบากเชื้อจะปล่อยพิษออกมาในกระแสเลือด ทำให้มีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจรุนแรงจนเสียชีวิตได้

โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ง่าย มีอาการไอรุนแรงติดๆ กันเป็นชุดๆ จนหายใจลำบาก ทำให้ได้ยินเสียงไอในตอนท้ายเป็นเสียงหายใจเข้าดังเหมือนกรน "ฮู้ปๆ" หรือ ไอกรน (ไอร้อยวัน) ทำให้เด็กเล็กเกิดอันตรายจากการไอจัดจนหายใจไม่ทันหรือสำลัก เกิดปอดบวม หรือมีอาการแทรกซ้อนทางสมองทำให้เกิดชัก สมองพิการ และอาจเสียชีวิตได้

โรคบาดทะยัก ติดต่อโดยการที่มีแผลสกปรก เช่น จากถูกของมีคม หรือ ตะปูตำ เชื้อจะสร้างพิษต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเกร็งกระตุก ขากรรไกรแข็ง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ

โรคตับอักเสบบี สามารถติดต่อจากแม่ไปสู่ลูกได้ง่าย ในรายที่แม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ทำให้ลูกน้อยติดเชื้ออักเสบบี อย่างเรื้อรังและมีผลทำให้เกิดตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งของตับได้ในที่สุด

โรคโปลิโอ ติดต่อได้ง่ายโดยการรับเชื้อเข้าทางปาก เช่น อาหารน้ำดื่มที่ปนเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น เกิดพิการ แขนขาลีบอ่อนแรง เป็นอัมพาต และมีอาการสมองอักเสบ หายใจไม่ได้จากการที่สมองและกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจเสื่อมสภาพไปจนเสียชีวิตในที่สุด

โรคฮิบ คือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรงมากในทารก ทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหูหนวก หรือติดเชื้อเข้าข้อ ปอดอักเสบ ฯลฯ ได้ ทำให้เด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้สูง ซึมลง ชักเกร็ง คอแข็ง และเสียชีวิตได้ ทารกเกิดการพิการทางสมองหรือเสียชีวิตได้โดยง่าย เชื้อนี้ เป็นเชื้อแบคทีเรีย Hemophilus influenza type b (Hib) จึงทำให้เรียกกันย่อๆ ว่า "ฮิบ"

ใครควรฉีดวัคซีนนี้บ้าง?
วัคซีนรวม 6 โรคในเข็มเดียว เหมาะสำหรับเด็กทารกในวัย 2-6 เดือน ที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และตับอักเสบบี ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ได้รับความสะดวกและช่วยให้เด็กรับภูมิคุ้มกันต่อโรคที่สำคัญๆ ได้ครบถ้วน

ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ทางกระทรวจสาธรารณสุขจะยังไม่ได้จัดให้วัคซีนโรคฮิบเข้าอยู่ในเกณฑ์วัคซีนภาคบังคับสำหรับการฉีดทั่วประเทศ แต่การให้วัคซีนฮิบที่มีรวมในวัคซีนรวม 6 โรคนี้ ก็จะได้ประโยชน์ในการป้องกันโรคติดเชื้อฮิบซึ่งอาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงของโรคนี้แก่ลูกน้อยของคุณ ซึ่งถึงแม้ว่าโอกาสเกิดโรคฮิบในประเทศไทยจะน้อยกว่าในต่างประเทศก็ตาม

ดังนั้นจึงสามารถเลือกใช้วัคซีนรวม 6 โรคได้ในกรณีต่างๆดังนี้

ตารางการให้วัคซีนแบบที่ 1


ตารางการให้วัคซีนแบบที่ 2


สำหรับตอนอายุ 18 เดือนและอายุ 4-5 ปี ซึ่งจะมีการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันครั้งที่ 4 และ 5 สำหรับ คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และโปลิโอ ก็ใช้วัคซีนตามแบบเดิมได้

ตารางการให้วัคซีนทั้งแบบที่ 1 และ 2 จะให้ภูมิคุ้มกันที่ติดต่อโรคที่สำคัญๆ สำหรับเด็กได้ครบถ้วนตามเกณฑ์อายุ แต่ตารางวัคซีนแบบที่ 1 จะช่วยทำให้ลูกน้อยของคุณเจ็บตัวน้อยกว่าแบบที่ 2 เพราะจำนวนเข็มที่ต้องฉีดจะน้อยกว่าเนื่องจากเป็นการใช้วัคซีนเหล่านี้ในหลายๆ ประเทศจะหันมาใช้วัคซีนรวม 6 โรคกันมากขึ้น เรื่อยๆ และจะปรับเปลี่ยนมาใช้ตารางการให้แบบที่ 1 กันมากขึ้น รวมทั้งในประเทศไทย

มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการใช้วัคซีนรวม 6 โรคนี้?
เช่นเดียวกันกับวัคซีนชนิดอื่นๆ ถึงแม้ว่าวัคซีนรวม 6 เข็มนี้จะเป็น วัคซีนชนิดพิเศษที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก แบบธรรมดาที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปมานานแล้วก็ตาม แต่ในบางรายก็ยังอาจเกิดปฎิกิริยาอย่างรุนแรงขึ้นได้ แม้ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

ถ้าเกิดผลข้างเคียง ควรทำอย่างไร?
ในรายที่มีอาการไม่มาก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ยาลดไข้ เช็คตัวและคอยสังเกตอาการของลูก ส่วนใหญ่อาการไข้ ร้องกวน หรือบวมแดง เล็กน้อย จะหายเป็นปกติใน 1-2 วัน

ส่วนในรายที่มีอาการค่อนข้างมากควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีเพื่อแพทย์จะได้ให้การดูแลรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นใน ขณะนั้นได้ทันท่วงที ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกิดอะไรขึ้น วัน เวลา ที่เกิดอาการ และวันเวลาที่ฉีดวัคซีน และชนิดของ วัคซีนที่ได้รับ เพื่อแพทย์จะได้บันทึกเป็นข้อมูลสำคัญในประวัติของลูกต่อไป

ย้อนกลับ

  • โปรโมชั่นประจำเดือน

  • ค้นหาแพทย์

    เลือกแผนก :
     
    ค้นหารายชื่อแพทย์ :

  • นัดพบแพทย์

    การนัดหมายผ่านทางเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการแจ้งความจำนงการนัดหมาย ล่วงหน้าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จะติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและทำการยืนยันการนัดหมายอีกครั้ง

    อ่านเพิ่มเติม