Computer Vision Syndrome (CVS)
logo
Computer Vision Syndrome (CVS) โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
ความรู้ :
Computer Vision Syndrome (CVS)

"คอมพิวเตอร์ซินโดรม" (Computer syndrome) คือความเจ็บปวดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ เจ็บแขน

ดวงตา เป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก การแพทย์เค้าก็เลยแตกแหนงกลุ่มอาการว่าเป็น Computer Vision Syndrome (CVS) เรียกสั้นๆ ว่า ซีวีเอส มีที่มาจากการใช้สายตาหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ได้หยุดพักสายตา ไม่ได้บำรุงดวงตาเท่าที่ควร



คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ว่าคุณเป็น Computer Vision Syndrome (CVS) ?



75% ในคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมากกว่า 2-3 ชม. โดยไม่พักผ่อนสายตา ในระยะหนึ่งจะมีอาการ ตาเมื่อยล้า ตาแห้ง แสบตา ตาสู้แสงไม่ได้ ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยบ่า ไหล่ คอ หรือปวดหลัง และบ่อยครั้งที่จะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย หากพักสายตาอาการเหล่านี้จะหายไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่หากปล่อยไว้จนเรื้อรังอาจมีเป็นได้ถาวร




พฤติกรรมทำให้คุณป่วย


กระพริบตา : การกระพริบตาเป็นพฤติกรรมโดยธรรมชาติที่ช่วยเกลี่ยน้ำตาให้ชุ่มชื้นทั่วบริเวณดวงตา โดยทั่วไปคนเรากระพริบตา 20 ครั้ง/นาที แต่การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือ เราต้องใช้สายตาจ้องและเพ่งสิ่งนั้นเป็นเวลานาน กว่า 60% ทำให้ผิวตาเหือดแห้ง มีอาการแสบตา ตาแห้ง รู้สึกฝืดๆ ในตา


เรื่องของแสง : เมื่อได้รับแสงสะท้อนจากคอมพิวเตอร์ แสงแดดที่ส่องเข้าหน้าโดยตรง รวมถึงแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ ทั้งหมดจะสะท้อนกลับเข้าดวงตาจึงมีอาการเมื่อยล้าดวงตาได้ง่าย




ระยะห่าง : การจัดจอภาพให้อยู่ในระยะพอเหมาะที่ตามองสบายๆ ไม่ต้องเพ่ง โดยเฉลี่ยระยะจากตาถึงจอภาพควรเป็น 0.45 ถึง 0.50 เมตร และดวงตาอยู่สูงกว่าจอภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้แว่นสายตาที่มองทั้งระยะใกล้และไกล จะต้องตั้งจอภาพให้ต่ำกว่าระดับตา เพื่อจะได้มองตรงกับเลนส์แว่นตาที่ใช้มองใกล้




โรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม : ความผิดปกติของสายตาที่มีอยู่เดิม เช่น สายตาสั้น ยาว หรือเอียง หรือปัญหาสายตาของผู้สูงอายุ ควรแก้ไขสายตาให้มองเห็นชัดที่สุด เพื่อลดการเพ่งมองโดยไม่จำเป็น บางคนสายตาผิดปกติไม่มาก หากทำงานตามปกติก็อาจจะไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อมาทำงานกับจอคอมพิวเตอร์จะเกิดอาการเมื่อยล้าได้




การป้องกัน Computer Vision Syndrome (CVS)

1. การจัดระยะของคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้สบายตาที่สุด คือระยะห่างจากระดับสายตา 20-24 นิ้ว และวางอยู่ระดับที่ต่ำกว่าระดับสายตา 10-20 องศา

2. ปรับแสงสว่างของห้องให้เพียงพอ บริเวณรอบจอและหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีความสว่างเทากับห้อง แสงไม่จ้า หรือมืดจนเกินไป

3. ติดตั้งแผ่นกรองแสง เพื่อลดแสงสะท้อน ไม่ต้องเพ่งสายตาหากแสงสว่างมากเกินไป
4. เลือกปรับขนาดตังอักษรหน้าจอให้มีขนาดประมาณ 3 เท่าของขนาดตัวหนังสือที่เล็กที่สุดที่สามารถอ่านได้จากจอคอมพิวเตอร์ในระยะเดียวกัน และควรเป็นสีดำบนพื้นสีขาว

5. กะพริบตาให้สม่ำเสมอ เพื่อให้มีการคลายกล้ามเนื้อ หรือพักสายตาโดยให้มองไกลประมาณ 1-2 นาที อย่างน้อย 1-2 ครั้งทุกชั่วโมง และควรหยุดพักการทำงานประมาณ 5-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมง

6. ใช้แว่นสายตา Progressive lens ในคนที่มีสายตายาว ซึ่งมีช่วงการมองหรือจุดโฟกัสหลายระดับ โดยเฉพาะที่สำคัญคือระยะกลาง (Intermediate zone) ซึ่งเป็นตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์

7. ใช้แว่นตาที่มีเลนส์เคลือบสารที่ป้องกันการสะท้อน เพื่อช่วยลดการสะท้อนของแสงเข้าตา

8. ควรปรึกษาจักษุแพทย์หากพบอาการ หรือการมองภาพผิดปกติไปจากเดิม


คลินิกตา ของโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา เปิดให้บริการตรวจรักษา ผู้ป่วยหรือผู้มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการมองเห็นปัญหาเกี่ยวกับดวงตา ด้วยเครื่องมือประสิทธิภาพ ทันสมัย มีความเที่ยงตรง มาตรฐานเครื่องมือเทียบเท่าระบบสากล ISO 9001:2000 มีความพร้อมด้วยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา จักษุวิทยา ซึ่งมีความชำนาญ ในการตรวจรักษา พร้อมทั้งให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา อย่างดียิ่ง



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกจักษุ
ชั้น 3 อาคาร A โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา โทร. : 038-317-333 ต่อ 2347, 2348


ข้อมูลแพทย์

นายแพทย์สุรวุฒิ ศุภเกษม

แพทย์หญิงทัศพร ญาณวิทย์
ย้อนกลับ