การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization, IVF)
logo
การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization, IVF) โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
ความรู้ :
การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization, IVF)
การทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization, IVF)
หลักการของการทำเด็กหลอดแก้วเป็นดังนี้
        1  การใช้ยากระตุ้นให้มีการตกไข่หลายๆใบและให้ไข่สุกพร้อมๆกัน
        2  เก็บไข่ที่ได้รับการกระตุ้นแล้วออกมาเพื่อรอการผสม
        3  การคัดแยกตัวอสุจิออกจากน้ำอสุจิเพื่อรอสำหรับการผสมกับไข่
        4  ไข่กับอสุจิผสมกันในห้องปฎิบัติการเพื่อให้ได้ตัวอ่อน
        5  เลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฎิบัติการจนถึงระยะที่ตัวอ่อนสามารถฝังตัวได้
        6  ย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่มดลูก
        7  แช่แข็งตัวอ่อนส่วนที่เหลือจากการย้ายตัวอ่อน
ขั้นตอนที่หนึ่ง
วันที่สองหรือวันที่สามของการมีประจำเดือน เริ่มมาตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายเป็นการประเมินการทำงานของรังไข่และตรวจอัลตราซาวด์เพื่อนับจำนวนไข่อ่อนที่ร่างกายผลิตออกมาในรอบประจำเดือนนั้น
การใช้ยากกระตุ้นไข่ โดยทั่วไปยาที่ใช้กระตุ้นให้มีไข่ตกหลายๆใบจะเป็นยาฉีดกระตุ้นไข่ โปรแกรมการกระตุ้นไข่มีหลายแบบ สำหรับโปรแกรมการกระตุ้นไข่ที่พญาไทศรีราชาจะใช้เพียงแบบเดียวเนื่องจากเป็นโปรแกรมที่มีความง่ายประกอบกับได้ผลในการรักษาสูง คือการเริ่มต้นฉีดยาวันที่สองหรือวันที่สามของรอบประจำเดือน หลังจากที่ได้ทำการตรวจวัดระดับฮอร์โมนในร่างกายเพื่อประเมินการทำงานของรังไข่แล้ว จึงเร่ิมต้นด้วยขนาดยากระตุ้นที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยพิจารณาจากผลฮอร์โมนและการตรวจอัลตราซาวด์่ร่วมกับอายุของฝ่ายหญิง สำหรับชนิดของยาฉีดเพื่อกระตุ้นไข่นั้นโดยทั่วไปจะมีประมาณ 2-3 ชนิด โดยตัวแรกจะเป็นยากระตุ้นให้การเจริญเติบโตของไข่หลายๆใบก่อน (Recombinant FSH) เป็นระยะเวลาประมาณ 5 วันจึงเร่ิมต้นการฉีดยาตัวที่สองซึ่งเป็นยากันไม่ให้ไข่ตกก่อนเวลา(GnRH antagonist) เนื่องจากมีหลายใบ ถ้าไม่มียากันไข่ตก ไข่จะตกก่อนที่จะเก็บได้ ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฉีดยากระตุ้นไข่ต่อเนื่องเป็นเวลา 10-12 วัน ในระหว่างนี้จะมีการตรวจระดับฮอร์โมนและการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของไข่ประมาณ 3 ครั้ง และตัดสินวันที่จะเก็บไข่ออกมาจากร่างกาย โดยพิจารณาจากขนาดไข่เป็นหลัก โดยทั่วไปขนาดไข่ที่เหมาะสมสำหรับการเก็บมาผสมนั้นควรจะมีขนาดประมาณ?18 mm เป็นต้นไป จึงเร่ิมฉีดยาตัวสุดท้าย (hCG) เพื่อให้ไข่สุกพร้อมๆกันและตกในอีก 36 ชั่วโมงถัดมา
ภาพแสดงชนิดของยาฉีดกระตุ้นไข่ซึ่งมีหลายผู้ผลิต เป็นยาที่นำเข้าจากต่างประเทศ ประสิทธิภาพของยามีความใกล้เคียงกัน ราคาแตกต่างกันบ้าง
ขั้นตอนที่สอง
การเก็บไข่ออกจากร่างกายโดยผ่านทางช่องคลอด โดยใช้เข็มขนาดเล็กที่แนบหัวตรวจอัลตราซาวด์ขนาดเล็กๆเพื่อใช้สำหรับการตรวจหาไข่ขณะเจาะดูด การเก็บไข่จะทำภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือด หลังจากผู้รับบริการหลับสนิท จึงทำการดูดไข่ออกมาโดยใช้อัลตราซาวด์เป็นตัวช่วยหาไข่ ซึ่งใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง สารน้ำที่ถูกดูดออกมาจะถูกนำมาตรวจหาไข่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบแล้วจึงทำการเก็บไข่ที่ได้มาเลี้ยงในน้ำยาเลี้ยงไข่เพื่อเตรียมสำหรับการผสม
ภาพวีดีโอแสดงการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด จากภาพอัลตราซาวด์จะเห็นได้ว่าหลังการดูดไข่ ไข่จะยุบหายไป พร้อมกับน้ำจากฟองไข่และไข่จะถูกดูดเข้ามาในขวดสำหรับเก็บไข่โดยเฉพาะ ไข่ที่เก็บได้จะถูกส่งไปยังห้องเลี้ยงตัวอ่อนเพื่อตรวจหาไข่ต่อไป
ภาพแสดงไข่ที่เก็บได้ซึ่งจะปนมากับเลือด ไข่ที่เห็นจะมีลักษณะคล้ายไข่ขาว ทำให้แยกออกมาได้โดยง่ายและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ภาพแสดงไข่ที่เก็บได้ มีสีขาวคล้ายไข่ขาวซึ่งเป็นส่วนที่ล้อมรอบไข่ที่อยู่ภายใน ทำให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไข่ที่อยู่ภายในน้ันมีขนาดเล็กมากเท่าจุดปากกาหมึกแห้ง ต้องใช้กล้องขยายจึงจะมองเห็น
ขั้นตอนที่สาม
การคัดแยกตัวอสุจิออกจากน้ำอสุจิเพื่อให้อสุจิพร้อมสำหรับการผสมกับไข่ ฝ่ายชายควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3 วันไม่เกิน 7 วัน โดยเก็บน้ำเชื้อด้วยวิธีการช่วยตัวเองให้หลั่งออกมาในภาชนะปลอดเชื้อสำหรับการทำเด็กหลอดแก้วโดยเฉพาะ น้ำเชื้อที่ได้นั้นจะต้องส่งถึงห้องปฏิบัติการเพื่อการแยกตัวอสุจิไม่เกินครึ่งชั่วโมงหลังหลั่งออกมา มิฉะนั้นตัวอสุจิจะสูญเสียประสิทธิภาพในการผสมกับไข่ ตัวอสุจิที่ผ่านการคัดแยกแล้วจะได้รับการเติมสารอาหารเพื่อให้วิ่งเร็วและพร้อมจะผสมต่อไป
ขั้นตอนการปั่นล้างน้ำอสุจิโดยผ่านชั้นของน้ำยาคัดแยกตัวอสุจิ และปั่นให้ตกตะกอน หลังการคัดแยกจะได้ตัวอสุจิที่มีชีวิต เพื่อนำมาผสมกับไข่
ขั้นตอนที่สี่
การผสมไข่กับอสุจิ ในกรณีของการทำเด็กหลอดแก้วแบบมาตรฐานนั้น เราจะปล่อยให้ตัวอสุจิว่ายน้ำไปผสมกับไข่เอง โดยใส่จำนวนตัวอสุจิให้มากพอสำหรับไข่ และทิ้งระยะเวลาไว้ให้เหมาะสม หลังจากนั้นจึงนำไข่มาตรวจการผสมว่าเป็นตัวอ่อนหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้จะไม่สามารถใช้ได้กับฝ่ายชายที่มีปริมาณน้ำเชื้อน้อยหรือคุณภาพของอสุจิน้อยกว่าค่่ามาตรฐาน ซึ่งเสี่ยงสูงต่อการที่ไข่จะไม่ได้รับการผสมเลย ดังน้ันในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาน้ำเชื้ออ่อนร่วมด้วย ควรใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI
ขั้นตอนที่ห้า
การเลี้ยงตัวอ่อนในตู้เลี้ยงตัวอ่อนที่ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดการแบ่งเซลล์ จากหนึ่งเซลล์เป็นสองเซลล์ สี่เซลล์ แปดเซลล์ตามลำดับ หลังจากนั้นตัวอ่อนสามารถได้รับการคัดเลือกเพื่อย้ายกลับเข้ามดลูก หรือเลี้ยงต่อเพื่อรอการเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสต์ (Blastocyst)
ขั้นตอนที่หก
การย้ายตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกนั้นเหมือนการตรวจภายในธรรมดา ไม่จำเป็นต้องได้รับยาระงับความเจ็บปวดหรือจำเป็นต้องหลับ ยกเว้นบางกรณีเช่นฝ่ายหญิงมีปัญหาไม่สามารถใส่เครื่องมือเข้าปากช่องคลอดได้หรือมีความกังวลมากๆ การใช้ยาให้หลับจะทำให้การย้ายตัวอ่อนทำได้อย่างราบรื่นมากขึ้นได้ การย้ายตัวอ่อนเร่ิมจากการใช้สายย้ายตัวอ่อนขนาดเล็กมากทำการดูดตัวอ่อนและสอดผ่านปากมดลูกเพื่อวางตัวอ่อนไว้บนเยื่อบุโพรงมดลูก โดยทั่วไปการย้ายตัวอ่อนโดยการใช้อัลตราซาวด์เพื่อหาตำแหน่งวางตัวอ่อนที่เหมาะสมที่สุดน้ันจะทำให้เพ่ิมโอกาสในการตั้งครรภ์มากกว่าการย้ายตัวอ่อนโดยไม่ใช้อัลตราซาวด์ เนื่องจากโครงสร้างทางกายวิภาคของฝ่ายหญิงมีความแตกต่างกัน
ภาพแสดงสายสำหรับการใส่และย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูก
ภาพแสดงการย้ายตัวอ่อนโดยใช้อัลตราซาวด์ช่วยในการเลือกตำแหน่งวางตัวอ่อน
ภาพแสดงตำแหน่งที่จะวางตัวอ่อนกลางโพรงมดลูก
ภาพอัลตราซาวด์ทางหน้าท้อง แสดงมดลูก
ภาพขยายอัลตราซาวด์แสดงตำแหน่งท่ีวางตัวอ่อนบนเยื่อบุโพรงมดลูก จุดสีขาวที่เห็นคือตำแหน่งที่ตัวอ่อนถูกจัดวาง


ขั้นตอนที่เจ็ด
การแช่แข็งตัวอ่อนที่เหลือจากการย้ายตัวอ่อน ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยให้โอกาสในการตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้วในปัจจุบันสูงกว่าในอดีตค่อนข้างมาก ด้วยวิธีการแช่แข็งตัวอ่อนที่ได้รับการพัฒนามาเป็นเวลานาน ปัจจุบันเราสามารถเก็บรักษาตัวอ่อนไว้ได้นานหลายปี สามารถกลับมาย้ายตัวอ่อนในภายหลังได้เป็นเวลาหลายปีโดยที่ยังมีโอกาสในการตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องกระตุ้นไข่ใหม่ เยื่อบุที่เจริญพัฒนาขึ้นมาในรอบย้ายตัวอ่อนแช่แข็งจะมีการเจริญเติบโตที่เหมือนธรรมชาติซึ่งต่างกับเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญขึ้นมาในรอบกระตุ้นไข่ซึ่งมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตมากเกินไปตามการเจริญเติบโตของไข่ได้ ดังนั้นการย้ายตัวอ่อนสดจึงเสี่ยงที่เยื่อบุจะมีการเจริญพัฒนาที่มากเกินไปตามการเจริญเติบโตของไข่ ทำให้ไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน ดังน้ันการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งจึงอาจจะให้ผลสำเร็จมากกว่าการย้ายตัวอ่อนสด ในกรณีที่มีการกระตุ้นของไข่่จำนวนหลายๆใบ
ภาพแสดงถังสำหรับเก็บตัวอ่อนที่ถูกบรรจุด้วยไนโตรเจนเหลว ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส
การแช่แข็งตัวอ่อนในปัจจุบัน มีหลายวิธี ทางพญาไทศรีราชา โดยพญ สุชาดา มงคลชัยภักดิ์ ได้พัฒนาเทคนิคการแช่แข็งตัวอ่อนแบบผลึกแก้วและเตรียมน้ำยาที่เฉพาะสำหรับการแช่แข็งโดยเฉพาะโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศและมีประสบการณ์ในการแช่แข็งตัวอ่อนด้วยวิธีดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี เป็นวิธีที่ให้อัตราการรอดหลังละลายตัวอ่อนสูงมากถึงมากกว่า 95% และตัวอ่อนมีโอกาสเจริญพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสต์ได้สูงไม่แตกต่างไปจากตัวอ่อนที่ไม่ได้ผ่านการแช่แข็ง ดังน้ันจึงมั่นใจได้ว่าการย้ายตัวอ่อนนั้นสามารถทำได้ทั้งการย้ายตัวอ่อนรอบสดหรือหมายถึงหลังการเก็บไข่แล้วมีการย้ายตัวอ่อนใส่เข้าในโพรงมดลูกเลย หรือการย้ายตัวอ่อนแช่แข็งซึ่งมีโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนสูงกว่าการย้ายสด เนื่องจากมีเทคนิคการเก็บรักษาตัวอ่อนที่มีคุณภาพให้ได้เหมือนเดิม


แพทย์หญิงสุชาดา มงคลชัยภักดิ์
►ผู้อำนวยการศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก
►แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ย้อนกลับ

  • โปรโมชั่นประจำเดือน

  • ค้นหาแพทย์

    เลือกแผนก :
     
    ค้นหารายชื่อแพทย์ :

  • นัดพบแพทย์

    การนัดหมายผ่านทางเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการแจ้งความจำนงการนัดหมาย ล่วงหน้าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จะติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและทำการยืนยันการนัดหมายอีกครั้ง

    อ่านเพิ่มเติม