logo

จากสถิติขององค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ. 2551 พบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ โดยสูงถึง 13% ของการเสียชีวิตของคนทั่วโลกโดยมากเสียยิ่งกว่าอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ วัณโรคและมาเลเรียมารวมกัน ฟังดูแล้วชวนให้ขนหัวลุกกันไปตามๆ กัน แต่ละปีทั้งโลกจะมีคนไข้เป็นมะเร็งรังไข่ 22,000 คน/ปี ตาย 14,400 คน/ปี

อะไรกันแน่ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่
สาเหตุของมะเร็งรังไข่ยังไม่ทราบชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากการเกิดแผลที่รังไข่บ่อยๆ ร่วมกับรับสารบางอย่างกระตุ้นการเกิดมะเร็ง หรือมีพันธุกรรมของมะเร็งรังไข่ ปัจจัยเสี่ยงคือประจำเดือนมาเร็ว หมดช้า อ้วน หรือได้รับฮอร์โมน เอสโตรเจน อย่างเดียวมากกว่า 10 ปี หรือทาแป้งบริเวณอวัยะเพศ




อาการแฝงที่ซ่อนเร้นของมะเร็งรังไข่
มะเร็งรังไข่ระยะแรกมักไม่มีอาการตรวจพบได้โดยการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์เท่านั้น ถ้ามีอาการมักเป็นระยะที่ 3,4 แล้ว อาการที่จะพบได้บ่อยๆ มักมีอาการท้องอืดเสียดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อยท้องโตขึ้นแต่ อาการเหล่านี้ก็ใกล้เคียงกับโรคกระเพาะ ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนไปตรวจด้วยเรื่องสงสัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบอยู่เป็น จำนวนมาก กว่าจะเข้ารับการรักษาที่ตรงโรคก็เมื่อเป็นระยะลุกลามมีอาการมากๆ สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี เนื่องจากหากตรวจพบมีก้อนรังไข่ในระยะแรกเริ่ม การรักษาจะทำได้ง่ายกว่าและโอกาสหายขาดก็สูงกว่าเช่นกัน

การวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ที่สำคัญ
การวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ คุณหมอจะต้องทำการตรวจภายในและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งถ้าหากคลำพบก้อนที่ปีกมดลูกส่วนใหญ่จะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ รู้ถึงหน้าตาและลักษณะของก้อนนั้นๆโดยการทำ การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหรือ อัลตราซาวด์ (ultrasound) ที่รู้จักกันดี บางกรณีที่ต้องการประเมินอวัยวะส่วนอื่นในช่องท้องอาจมีการส่งตรวจที่ละเอียดยิ่งขึ้นเช่น การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ CT Scan หรือ MRI

นอกจากนั้นจะต้องมีการเจาะเลือดหาค่าบ่งมะเร็ง (Tumor marker) เช่น CA-125,HE4 เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและตรวจติดตาม

การรักษามะเร็งรังไข่
รักษาด้วยการผ่าตัดเป็นอันดับแรกโดย " ทำการตัดมดลูก ปีกมดลูกรังไข่ทั้ง 2 ข้าง เก็บน้ำในช่องท้อง ตัดไขมันบริเวณลำไส้ เลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานและด้านข้างเส้นเลือดแดงใหญ่ในท้องเพื่อดู ว่ามีมะเร็งกระจายไปที่ใดบ้างที่อาจไม่เห็นด้วยตาเปล่า"

หลังผ่าตัดส่วนใหญ่ผู้ปวยจะอยู่โรงพยาบาล 4-5 วัน หลังจากนั้นคุณหมอจะนัดคนไข้มาฟังผลชิ้นเนื้อซึ่งถ้าเป็นระยะที่1ไม่มีการ แตกของก้อนส่วนใหญ่การรักษาจะจบแค่การผ่าตัด แต่ถ้าเป็นมากกว่านั้นก็จะต้องมีการให้ยาเคมีบำบัดต่อทันที เพราะถึงแม้ว่าคุณหมอจะผ่าตัดเอาก้อนออกได้หมดแต่เซลล์มะเร็งที่เรามองไม่ เห็นด้วยตาเปล่ายังมีการกระจายอยู่ในร่างกายของเรา ดังนั้น การให้ยาเคมีบำบัดจะช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งในส่วนนี้

ผลข้างเคียงจากการให้ยาเคมีบำบัดก็อาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่พึง ประสงค์ได้ตั้งแต่ ภาวะซีด การติดเชื้อเพราะเม็ดเลือดขาวต่ำการมีเกร็ดเลือดต่ำ ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่ไขกระดูกถูกกดการทำงานอันเป็นผลข้างเคียงของยา คลื่นไส้อาเจียนเล็กน้อย


อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้หญิงทุกคนคือ การมีผมร่วง ยาเคมีบำบัดส่วนใหญ่ทำให้ผมร่วง คนไข้บางคนทำใจกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ภายหลังสิ้นสุดการรักษาและไม่ต้องให้ยาแล้วผมจะกลับมางอกงามเหมือนเดิม

ปกติการให้ยาเคมีบำบัดจะให้ประมาณ 6 รอบหลังจากนั้นจะต้องมีการตรวจติดตาม เป็นระยะๆ โดยการตรวจจะประกอบไปด้วยการตรวจภายใน การตรวจเลือดหาค่าบ่งมะเร็งเป็นระยะ อัลตราซาวด์ ในบางครั้งอาจมีการตรวจเอ็กซเรย์ คอมพิวเตอร์ในบางราย โดยภายใน 2 ปีแรกหลังสิ้นสุดการรักษาก็จะนัดตรวจกันทุก 3 เดือนค่ะพอเข้าปีที่ 3-5 ก็จะนัดกันทุก 4-6 เดือนค่ะ หลังจากครบ 5 ปีแล้วเราถือว่าโอกาสที่โรคมะเร็งจะกลับมาจะน้อยมากๆ คุณหมอก็จะนัดห่างจากเดิมสักหน่อยแต่ว่าไม่ใช่ว่าโรคจะไม่มีโอกาสกลับมาเลย เพราะคนไข้ก็ยังต้องมาตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ


ศูนย์สูตินรีเวชของโรงพยาบาลพญาไทศรีราชา มีความพร้อมทั้งทางด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางมะเร็งสตรี หลายท่าน เรามีสูติแพทย์ผู้หญิงที่มีประสบการณ์เข้าใจผู้หญิง มีความเชี่ยวชาญพร้อมให้การบริการตรวจรักษา และให้คำปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสุภาพสตรี ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยี ทันสมัย

ปรึกษาแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช
ศูนย์สูติ-นรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา โทร.
โทร 038-317-333 ต่อ 2358, 2359 หรือ 08-786-00005

  • โปรโมชั่นประจำเดือน

  • ค้นหาแพทย์

    เลือกแผนก :
     
    ค้นหารายชื่อแพทย์ :

  • นัดพบแพทย์

    การนัดหมายผ่านทางเว็บไซต์นี้เป็นเพียงการแจ้งความจำนงการนัดหมาย ล่วงหน้าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จะติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและทำการยืนยันการนัดหมายอีกครั้ง

    อ่านเพิ่มเติม