ฉีดสี สวนหัวใจ (CAG) หนึ่งในวิธีตรวจรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

การฉีดสีสวนหัวใจ คือการใช้สายร้อยผ่านขาหนีบ ข้อพับแขนหรือข้อมือ ขึ้นไปจนถึงหลอดเลือดหัวใจ และใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าไป จากนั้นจะทำการเอกซเรย์และบันทึกภาพหลอดเลือดหัวใจเพื่อดูลักษณะการตีบตัน

การรักษาด้วยการสวนหัวใจ คืออะไร ?

การสวนหัวใจ (Coronary Artery Angiography-CAG) คือ การใช้สายสวนขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตรสอดเข้าไปตามหลอดเลือดแดง โดยใส่สายร้อยขึ้นไปผ่านขาหนีบ ข้อพับแขน หรือข้อมือ จนกระทั่งปลายสายไปถึงหลอดเลือดหัวใจ และใช้สารทึบรังสีเอกซเรย์ฉีดผ่านสายสวนเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อให้สารทึบแสงเดินทางไปยังหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary) ซึ่งจะทำให้สามารถเอกซเรย์และบันทึกภาพช่องทางเดินของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจได้ การตรวจด้วยวิธีนี้ก็เพื่อดูลักษณะการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งการสวนหัวใจจะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

อาการน่าสงสัยที่ต้องรับการตรวจรักษาด้วยการฉีดสีสวนหัวใจ ?

  1. แน่นหน้าอกรุนแรงเหมือนมีของหนักกดทับ
  2. หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อท่วม หมดแรง ใจสั่น หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  3. อาจมีอาการปวดร้าวหรือชาไปที่แขน ไหล่ กราม
  4. มีประวัติหรือความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เช่น เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือด มีภาวะอ้วน เป็นผู้สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย
  5. เคยตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจคัดกรองอื่นๆ เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลื่นเสียงสะท้อน คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติขณะเดินสายพาน

ขั้นตอนการฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง?

ก่อนทำการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยที่ต้องรับการสวนหัวใจงดอาหารประมาณ 6 ชั่วโมง พยาบาลจะทำความสะอาดบริเวณข้อมือและขาหนีบที่จะทำการสอดสายสวน หลังจากนั้นจะฉีดยาชา ทำการเจาะ และสอดท่อนำ รวมถึงสายตรวจเข้าไปจนถึงหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่จะไม่เจ็บในขณะทำการตรวจ จากนั้นแพทย์จะถอดสายสวนออกจากหลอดเลือด และกดบริเวณที่ถอดสายสวนห้ามเลือดจนกว่าเลือดจะหยุดไหล ซึ่งทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที

การแจ้งผลตรวจฉีดสีสวนหัวใจ

แพทย์จะแจ้งผลให้ผู้ป่วยและญาติทราบหลังจากสวนหัวใจเสร็จเรียบร้อย หากผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบเล็กน้อย แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยการรับประทานยา กรณีผู้ป่วยที่รอยตีบของหลอดเลือดมีความเหมาะสมกับการรักษาด้วยการถ่างขยายเพื่อใส่บอลลูนหรือการใส่ขดลวดค้ำหลอดเลือดหัวใจ แพทย์สามารถจะทำการรักษาได้ทันทีหลังตรวจสวนหัวใจ ซึ่งใช้เวลาเพียง 45 นาที หรือไม่เกิน 1 ชั่วโมง ส่วนในรายที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหลายเส้น ผู้ป่วยอาจต้องรับการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจภายหลัง

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดสีสวนหัวใจ

  1. ห้ามงอขา/แขนข้างที่ทำการสวนหัวใจ 4-6 ชม. โดยใช้อุปกรณ์กดห้ามเลือด กรณีใส่สายสวนผ่านขาหนีบ ให้นอนราบ 6 นานชั่วโมง
  2. หากไม่มีอาการผิดปกติ ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 4-6 ชม.
  3. หลังรับการตรวจ กรณีทำบอลลูนขยายหลอดเลือด สามารถกลับได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น สามารถเปิดแผลและอาบน้ำได้ตามปกติ
  4. หากบริเวณแผลบวม ปวดมาก หรือมีอาการแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ ให้รีบมาพบแพทย์
  5. พักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่ทำงานหนัก งดออกกำลังกายแขนและขาข้างที่ทำหัตถการ ประมาณ 1 สัปดาห์
  6. รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และมารับการตรวจให้ตรงตามนัด หรือหากมีความผิดปกติอื่นๆ ให้รีบปรึกษาแพทย์ก่อนวันนัดได้

ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มากด้วยประสบการณ์ในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้บริการตรวจรักษาอย่างครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยมาตรฐานการช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยเวลาเฉลี่ย 35 นาที ซึ่งทำให้ครอบคลุมมาตรฐานการช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจขาดเลือด ที่มีโอกาสรอดชีวิตเมื่อได้รับการรักษาทันเวลา คือก่อน 90 นาทีโดยเฉลี่ย ทั้งนี้แพทย์จะทำการดูแลรักษาผู้ป่วยจนเข้าสู่ภาวะปกติ


ปรึกษาแพทย์



    Notice: Undefined variable: term_clinic_id in /var/www/vhosts/phyathai-sriracha.com/httpdocs/wp-content/themes/phyathai-sriracha/template-parts/carousel-article.php on line 62

    ข้อมูลสุขภาพ

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง