ข้อมูลแพทย์

พญ.พรจุฑา พันธนะอังกูร

  • สาขา:อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
  • อนุสาขา:-
  • ภาษา:ไทย อังกฤษ
การศึกษา
  • 2549 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • 2555 อายุรศาสตร์ (ว.ว.) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
  • 2559 อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ (ว.ว.) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ

บทสัมภาษณ์แพทย์

พญ.พรจุฑา พันธนะอังกูร

“สมัยที่ทำงานเป็นอายุรแพทย์ หมอได้ดูแลคนไข้หลากหลายโรค ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้สูงวัย ตอนนั้นเลยคิดว่าหากได้ต่อยอดการศึกษาด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับก็น่าจะดูแลคนไข้ในดีขึ้น รวมถึงดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ด้วย หมอคิดว่าการรักษาโรคทางด้านนี้มีข้อดีที่ว่า เราสามารถมองเห็นรอยโรคและวินิจฉัยได้เลยทันที เห็นอะไรก็คือระบุได้ว่าเป็นโรคนั้นๆ แม้จะมีบ้างที่ต้องส่งตรวจแล็บเพิ่มเติม แต่ก็ไม่มาก และผลก็จะชัดเจนเหมือนกัน เช่น ถ้าเราส่องกล้องแล้วเห็นความผิดปกติที่ไม่มากนักก็สามารถรักษาโดยตัดชิ้นเนื้อส่วนที่มีปัญหาออกได้เลย หรือถ้าเกินที่จะตัดออกทั้งหมดได้ก็อาจจะตัดบางส่วนเพื่อส่งตรวจต่อไป”

คนไข้หลักที่คุณหมอรักษาอยู่เป็นประจำ

โรคหลักๆ ที่คุณหมอพรจุฑา ให้การรักษาอยู่เป็นประจำจะเป็นเรื่องของระบบทางเดินอาหารและตับ เช่น กรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน โรคตับอักเสบ ไวรัสตับ และโรคไขมันพอกตับ ซึ่งสาเหตุก็แบ่งได้เป็นสองกลุ่มหลัก อย่างแรกคือการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การกินอยู่ กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ส่วนกลุ่มที่สองก็มาจากการได้รับเชื้อโรคต่างๆ…

“อย่างโรคตับอักเสบ หลักๆ ก็จะเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบเอหรือบี และที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากๆ มานานๆ รวมถึงค่าเอนไซม์ที่ผิดปกติจากภาวะไขมันพอกตับ และกลุ่มที่ทานอาหารเสริม กินยากินสมุนไพรต่อเนื่องสะสม จนส่งผลเสียต่อตับ”

ตาเหลือง ปวดท้องรุนแรง ต้องหาสาเหตุและรีบรักษา

ในการรักษาคนไข้ที่อาการค่อนข้างรุนแรง คุณหมอพรจุฑา จะเน้นย้ำถึงการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจแล็บเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงให้แน่ชัดโดยเร็ว เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที…

“มีคนไข้รายหนึ่ง มาด้วยอาการตาเหลือง เบื้องต้นดูว่าน่าจะเป็นตับอักเสบ แต่เมื่อตรวจเลือด ตรวจร่างกายแล้วยังไม่สาเหตุของอาการ หมอจึงตัดสินใจให้ตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจ ซึ่งคนไข้เริ่มมีอาการตับวายแล้ว พอผลตรวจออกมาระบุว่าคนไข้เป็นตับอักเสบรุนแรงและมีอาการตับวายจากการกินยาชนิดหนึ่ง เมื่อทราบสาเหตุและโรคที่แท้จริงก็ทำให้การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี

อีกรายหนึ่ง คนไข้อายุ 40 มีอาการปวดท้องรุนแรง จึงต้องทำการเอกซเรย์ช่องท้อง พบว่ามีเส้นเลือดดำอุดตันในช่องท้องแบบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นเคสที่พบไม่บ่อยนัก คือประมาณปีละรายเท่านั้น เคสนี้ยังพบอีกว่ามีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติจึงก่อให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในช่องท้อง และลำไส้บางส่วนก็ขาดเลือด หมอจึงต้องส่งเข้าห้องไอซียูเพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิด การให้ยาจะต้องมีการปรับตามอาการอยู่ตลอดเวลา และเนื่องจากคนไข้มีอาการหนักจึงต้องรักษาอยู่เป็นเวลานาน และต้องมีการตัดลำไส้ส่วนที่ขาดเลือดออกด้วย ซึ่งหมอก็ได้รับคำแนะนำโดยปรึกษากับอาจารย์แพทย์อยู่ตลอด จนคนไข้ค่อยๆ ดีขึ้นและอาการควบคุมได้ในที่สุด”

ตรวจคัดกรอง ลดเสี่ยงได้ดี มีประโยชน์กว่าที่คิด

สำหรับคนทั่วไปที่ยังไม่มีปัญหาหรือเจอสัญญาณว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือโรคใดๆ ในระบบทางเดินอาหาร คุณหมอแนะนำว่า ทุกคนสามารถเข้ารับการตรวจได้ โดยเฉพาะการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะพบเจอได้มาก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง…

“ทุกคนสามารถเข้ามารับการตรวจได้เลย แม้จะไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ก็ตาม ยิ่งถ้ามีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรมาตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง จะตรวจด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่หรือทำการตรวจอุจจาระก็ได้

ถ้าคนไข้เลือกตรวจด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะมีข้อดีคือ หมอสามารถเห็นรายละเอียดรอยโรคหรือสิ่งที่น่าสงสัยได้ชัดเจน หากพบติ่งเนื้อซึ่งเป็นตัวเสี่ยงการก่อมะเร็งก็สามารถตัดออกได้เลย ถือเป็นการตัดตอนก่อนเกิดโรค หากส่องแล้วไม่พบเจออะไรที่เป็นปัญหาก็จะทำให้เราสบายใจและไม่ต้องตรวจซ้ำอีกเป็นเวลานาน และกรณีที่หมอพบว่าควรตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่มเติม ก็ทำได้เลยในขณะส่องกล้อง คนไข้ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ส่องเสร็จก็กลับบ้านได้เลย แล้วค่อยมาฟังผลภายหลัง

ในส่วนมะเร็งกระเพาะอาหาร หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งก็แนะนำให้มาตรวจคัดกรองเช่นกัน เพราะการพบเร็วย่อมรักษาได้ดีกว่า”

เทคโนโลยีของการส่องกล้องในปัจจุบัน นับว่ามีการพัฒนาไปมาก มีความคมชัดสูง และสามารถส่องกล้องพร้อมตัดชิ้นเนื้อที่มีขนาดไม่เกิน 1.5 ซม. ได้เลยทันทีแบบสบายๆ ในกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ คืออยู่ระหว่าง 1.5-2. ซม. ขึ้นไป คุณหมอจะใช้เครื่องมือพิเศษเข้ามาช่วย 

จากประสบการณ์ในการเป็นอาจารย์แพทย์ สู่การรักษาคนไข้อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากคุณหมอพรจุฑา จะทำหน้าที่แพทย์ในการรักษาคนไข้แล้ว คุณหมอยังเคยเป็นอาจารย์แพทย์ โดยสอนนักศึกษาแพทย์ในชั้นปี 4-5-6 ที่โรงพยาบาลสระบุรี, โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ทั้งยังเคยเป็นวิทยากรในงานประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบอยู่บ่อยครั้ง อีกด้วย…

“จากที่เคยเป็นอาจารย์แพทย์ ทำให้หมอชอบที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และทุกวันนี้แม้จะทำหน้าที่รักษาคนไข้เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่หมอก็มีความภูมิใจที่ได้ดูแลคนไข้ของหมอ เมื่อคนไข้มีอาการอะไรมาก็ตาม แน่นอนว่าเขาต้องมีความทุกข์และอยากหายดี เราจึงต้องใช้ความสามารถที่เรามีช่วยเขาให้หายป่วยทั้งกายและใจ ให้การดูแลเขาอย่างเข้าอกเข้าใจ แบบที่เอาใจเขามาใส่ใจเราเสมอ”

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง