บาดทะยักในทารกแรกเกิด
logo
 บาดทะยักในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
บาดทะยักในทารกแรกเกิด
บาดทะยักในทารกแรกเกิด
บาดแผล... เราทุกคนเกิดได้ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลจากอุบัติเหตุต่างๆ จากการพลัดตกหกล้ม ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการได้รับบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งพบได้ในทุกเพศทุกวัย หากบาดแผลนั้นได้รับการดูแลหรือดูแลความสะอาดไม่ดีพอ อาจเกิดการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเชื้อโรคที่ทำให้เกิดบาดทะยัก นอกจากนี้ในเด็กทารกแรกเกิดที่ดูแลสายสะดือไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดการติดเชื้อกลายเป็นบาดทะยักได้

บาดทะยัก (Tetanus)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม เตตานิ (Clostridium tetani)” มีคุณสมบัติอยู่ในรูปแบบของสปอร์ (Spore) ที่ทนทานต่อความร้อนและยาฆ่าเชื้อหลายอย่าง เป็นเชื้อโรคที่พบได้ทั่วไปในดิน ตามพื้นหญ้า ทราย ฝุ่นละอองตามถนน ในลำไส้ของคน และสัตว์ ในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยมูลสัตว์ ซึ่งมีชีวิตอยู่นานเป็นปีๆ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล และเจริญได้ดีในที่ๆ ไม่มีออกซิเจน เมื่อคนเราเกิดบาดแผลที่แปดเปื้อนเชื้อโรคชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาดแผลที่ลึกและแคบ (ซึ่งมีออกซิเจนน้อย) หรือมีบาดแผลที่เปื้อนดินทราย ทางเข้าที่สำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในทารกแรกเกิด คือ เชื้อเข้าทางสายสะดือที่ตัดด้วยกรรไกร หรือของมีคมที่ไม่สะอาด ที่พบบ่อยในชนบท คือการใช้ไม้ไผ่ตัดสายสะดือ และการพอกสะดือด้วยยากลางบ้าน หรือโรย ด้วยแป้งที่อาจปนเปื้อนเชื้อบาดทะยัก ทำให้เชื้อเข้าสู่แผลรอยตัดที่สะดือ ทำให้เกิดบาดทะยักในทารกแรกเกิด (Tetanus neonatorum)

อาการและอาการแสดง
จากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจนเกิดอาการเริ่มแรก คือ มีอาการขากรรไกรแข็ง ที่เรียกว่าระยะฟักตัวของโรคประมาณ 3-21 วัน เฉลี่ย 8 วัน 1) บาดทะยักในทารกแรกเกิด อาการมักจะเริ่มเมื่อทารกอายุประมาณ 4-10 วัน อาการแรกที่จะสังเกตได้ คือ เด็กดูดนมลำบาก หรือไม่ค่อยดูดนม ทั้งนี้เพราะมีขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ ต่อมาเด็กจะดูดนมไม่ได้เลย หน้าแบบแสยะยิ้ม (Risus sardonicus หรือ Sardonic grin) เด็กอาจร้องคราง ต่อมา มือ แขน และขาเกร็ง หลังแข็งและแอ่น ถ้าเป็นมากจะมีอาการชักกระตุกและหน้าเขียว ทำให้เป็นอันตรายถึงตายได้
2) บาดทะยักในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ มีระยะฟักตัวของโรค ก่อนที่จะมีอาการประมาณ 5-14 วัน บางรายอาจนานถึง 1 เดือนหรือนานกว่านั้นก็ได้ อาการเริ่มแรกที่สังเกตได้ คือ ขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ มีคอแข็ง หลังจากนี้ 1-2 วัน จะเริ่มมีอาการเกร็งแข็งของหลัง แขน ขา จะยืนและเดินหลังแข็ง แขน เหยียดเกร็ง ก้มหลังไม่ได้ หน้าจะมีลักษณะเฉพาะคล้ายแสยะยิ้ม ต่อไปอาจมีอาการกระตุก เช่นเดียว กับในทารกแรกเกิด ถ้ามีเสียงดังหรือจับต้องตัวจะเกร็งและกระตุกมากขึ้น มีหลังแอ่น และหน้าเขียว บางครั้งมีอาการรุนแรงมาก อาจทำให้มีการหายใจลำบากถึงตายได้



การรักษา
1.กรณีที่ผู้ป่วยเป็นเด็ก ก่อนที่จะนำไปพบแพทย์ ถ้าสังเกตว่าเด็กไม่ดูดนมและไม่อ้าปากแสดงว่ามีขากรรไกรแข็ง อย่าพยายามฝืนหรือกรอกนม เพราะอาจจะทำให้สำลักนมเข้าทางเดินหายใจ ทำให้ขัดขวางทางเดินหายใจอาจถึงตายได้ทันที หรืออาจทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ควรหลีกเลี่ยงการจับต้องตัวผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น และอย่าให้มีเสียงดังรบกวนเพราะจะทำให้ชักเกร็งมากขึ้นได้
2.การรักษาเฉพาะให้ Tetanus antitoxin (TAT) เข้าหลอดเลือดหรือให้ Tetanus immune globulin (TIG) เข้ากล้าม เพื่อให้ไปทำลาย Tetanus toxin ที่ยังไม่ไปจับที่ระบบประสาท ให้ยาปฏิชีวนะ Penicillin ขนาดสูง เพื่อทำลายเชื้อ C.tetani ที่บาดแผล
หมายเหตุ ก่อนให้ Antitoxin ต้องทำ Skin test
3.ให้การรักษาตามอาการ ให้ยาระงับชัก ยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ งดอาหารและน้ำทางปากในขณะที่มีอาการเกร็งหรือชัก ให้อาหารทางหลอดเลือด ดูแลเรื่องการหายใจ และทำความสะอาดบาดแผล

การป้องกัน
1.รับวัคซีนป้องกันบาดทะยัก 3 เข็ม โดยเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ห่างกัน 1 เดือน เข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 2 - 6 เดือน และฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี ก็จะมีภูมิคุ้มกันบาดทะยักได้ตลอดไป
2.ในทารกแรกเกิดป้องกันโรคนี้ ได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ให้แก่มารดาในขณะตั้งครรภ์ 2 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเริ่มตั้งครรภ์ให้ครั้งที่ 1 และอีก 1-2 เดือนให้เข็มที่ 2 เด็กแรกเกิดก็จะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ และควรฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกครั้งที่ตั้งครรภ์
3.ในเด็กเล็กให้วัคซีนป้องกันบาดทะยักร่วมกับวัคซีนคอตีบ ไอกรน ตามกำหนดการให้วัคซีน
4.เมื่อมีบาดแผลเกิดขึ้นควรได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีให้หายเร็วที่สุด
5.ถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น แผลอักเสบ แผลเรื้อรังที่ดูแลความสะอาดไม่ดี ปวดบวมแดง มีอาการเกร็ง กระตุกรอบๆ บาดแผลให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน การป้องกันไม่ให้เป็นแผลคงยาก แต่การป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ สามารถทำได้ด้วยการล้างแผลให้สะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อ ระมัดระวังไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในแผล หรือพบแพทย์ เพื่อรับการดูแลบาดแผล รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม...

Reference : โรคบาดทะยัก (Tetanus)
• สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
• สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
• คลังข้อมูลเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ




ข้อมูลแพทย์ศูนย์กุมารเวชกรรม

แพทย์หญิงรัญชนก วัฒโย

แพทย์หญิงสุณีย์ เชื้อสุวรรณชัย

นายแพทย์ณัฐพล ธรรมสกุลศิริ

นายแพทย์วิศรุต ตปนียากร

แพทย์หญิงพรนิภา ศรีประเสริฐ

แพทย์หญิงปริญดา พุ่มดอกไม้

แพทย์หญิงดบัสวินี สุขโขใจวรัตถ์กุล

แพทย์หญิงนุชนที เอกโกมลรัตน์

แพทย์หญิงนันทวรรณ คูสุวรรณ์

นายแพทย์ยุทธพล ทิตอร่าม

แพทย์หญิงนิธิภา จันทรวงศ์
ย้อนกลับ