อาการอย่างไร เตือนภัยโรคนิ่วในถุงน้ำดี
logo
 อาการอย่างไร เตือนภัยโรคนิ่วในถุงน้ำดี โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
อาการอย่างไร เตือนภัยโรคนิ่วในถุงน้ำดี
บ่อยครั้งเมื่อมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง เราก็คิดไปว่าเกิดจากอาหารไม่ย่อยหรือกินอิ่มเกินไป แต่ลองสังเกตตัวเองดีๆ ว่าอาการปวดท้องนั้นเกิดจากการกินอะไร แล้วกินมากเกินไปจริงเปล่า มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เพราะไม่แน่ว่า อาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคนิ่วในถุงน้ำดี ถ้ายังสงสัยว่าต้องสังเกตอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบว่า...อาการที่เป็นและตัวคุณนั้นเสี่ยงแค่ไหนกับโรคนี้

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นนิ่วในถุงน้ำดี

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงก็เสี่ยงกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า และยิ่งถ้าอายุมากกว่า 40-60 ขึ้นไปก็มีโอกาสเป็นมากขึ้นอีก โดยเฉพาะผู้หญิงสูงวัยที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และไม่ว่าเพศใดที่ชอบสังสรรค์ด้วยการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็เสี่ยงเช่นกัน รวมถึงหากชอบกินอาหารมัน-หวานบ่อยๆ ก็เสี่ยง เพราะการดื่มกินแบบนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง และมันคือปัจจัยอันดับต้นๆ ในการเกิดโรคนี้นั่นเอง

อาการแบบนี้อาจมีนิ่วในถุงน้ำดี...ก็เป็นได้!!

นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคที่พบได้ประมาณ 10-15% ของคนทั่วไป แต่โชคดีที่ว่าปกติแล้วผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่าครึ่งหนึ่งมักไม่มีอาการแสดงออกมา จึงไม่ต้องรักษา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่นิ่วในถุงน้ำดีเกิดไปอุดกั้นทางออกของน้ำดี หรือเคลื่อนตัวไปอุดตันที่ท่อถุงน้ำดี หรืออุดท่อน้ำดีที่เป็นท่อร่วมจากตับก็จะมีการอักเสบ จึงมีอาการให้เห็น โดยเริ่มจากอาการในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด มีลมในกระเพาะอาหาร ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะเสียดแน่นท้องแถวๆ ลิ้นปี่หลังกินอาหารมันๆ บางรายถ้าเป็นรุนแรงอาจมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณสะบักขวาหรือบริเวณไหล่ด้านขวา

อาการปวดนี้มักเกิดแค่ 15 นาทีแล้วดีขึ้น และจะหายไปในราว 2-6 ชั่วโมง พอหายแล้วอาจจะทิ้งระยะไปเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนจึงกลับมาเป็นอีก ซึ่งหากปวดท้องทุกวันหรือบ่อยมากๆ มักเป็นโรคอื่นมากกว่า หากเป็นนิ่วในถุงน้ำดีเมื่ออาการหนักขึ้นจนถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออก มีไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง และคันตามตัว ปัสสาวะมีสีเข้ม อุจจาระสีซีดเทา เป็นลม เมื่อถึงขั้นนี้แล้วต้องรีบไปหาหมอด่วน

จะเห็นได้ว่าอาการของโรคในระยะแรกๆ ก็แค่ปวดท้อง ซึ่งอาจทำให้เราคิดว่าเป็นโรคอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี เราจึงอยากให้ทุกคนที่มีความผิดปกติในร่างกาย ควรสังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ และถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรีบรักษาให้ตรงโรค เพราะการตรวจพบเร็วจะทำให้รักษาง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก


นายแพทย์วิสุทธิพงษ์ พรหมโคตร์
►ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี


ข้อมูลแพทย์แผนกศัลยกรรมทั่วไป

นายแพทย์สมเกียรติ จำรูญถาวร

นายแพทย์กฤษฎา พจนสุวรรณชัย

นายแพทย์วราห์ วัฒนสุชาติ

นายแพทย์เฉลิมพร ลีวงศ์เจริญ

นายแพทย์วิสุทธิพงษ์ พรหมโคตร์

นายแพทย์กรเลิศ ชาญอนุรักษ์

นายแพทย์มาโนช พานทองวิริยะกุล
ย้อนกลับ