บทสัมภาษณ์คุณหมอสุชาติ เหตุทอง "เรื่องพิษสุนัขบ้า"
logo
 บทสัมภาษณ์คุณหมอสุชาติ เหตุทอง "เรื่องพิษสุนัขบ้า" โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
บทสัมภาษณ์คุณหมอสุชาติ เหตุทอง "เรื่องพิษสุนัขบ้า"
1. เป็นเพราะอากาศร้อนหรือเปล่าถึงทำให้เกิดการระบาดของเชื้อพิษสุนัขบ้า
• ไม่เกี่ยวครับ โรคพิษสุนัขบ้าสามารถพบได้ตลอดปี แต่จะมีผู้ถูกสุนัขกัดต้องมาฉีดวัคซีนกันมากในฤดูร้อน

2. แล้วโรคพิษสุนับบ้าเป็นโรคที่ติดต่อเฉพาะหมาและแมวหรือไม่
• ไม่ใช่ครับ เกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด, พบบ่อยในสัตว์ตระกูลสุนัข (ทั้งสุนัขบ้าน,สุนัขป่า,หมาจิ้งจอก) ส่วนสัตว์อื่น ๆ ที่เจอได้ เช่น แมว ค้างคาว วัว ควาย แพะ แกะ ม้า กระรอก พังพอน สกั๊ง ลิง ชะนี สัตว์ฟันแทะจำพวกหนู

3. หากน้องแมวที่บ้านติดเชื้อพิษสุนับบ้าแต่ไม่มีอาการแสดง แล้วเราโดนข่วนนิดหน่อยจำต้องไปหาหมอมั้ย?
• เชื้อพิษสุนัขบ้า สามารถติดต่อได้จากน้ำลายของสัตว์ที่ป่วย ดังนั้นถ้าโดนกัด ข่วน หรือเลียแผล เลียปาก มีบาดแผล หรือเชื้อกระเด็นเข้าตาก็สามารถติดเชื้อได้ จำเป็นต้องรีบล้างทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่ แล้วรีบพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกัน

4. เคยฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยงที่บ้านครั้งเดียวพอมั้ย?
• ไม่พอครับ จำเป็นต้องฉีดวัคซีนทุกปี ,ปีละ 1ครั้ง

5. เมื่อโดนสุนัขและแมวกัดหรือข่วนต้องรีบไปหาหมอเลยหรือไม่ หรือต้องรอดูอาการก่อน
• ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า และสังเกตุอาการของสัตว์ประมาณ 10 วัน เป็นอย่างน้อย

6. สามารถล้างแผลที่โดนกัดได้หรือไม่
• จำเป็นต้องรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่หลายๆครั้ง

7. หากทานเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกมีโอกาสเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่
• ได้ครับ ถ้ารับประทานเนื้อของสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าโดยไม่ได้ทำสุก จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีน และเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าด้วยเช่นกัน

8. โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้หรือไม่ อย่างไร?
• ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันแบบล่วงหน้า โดยฉีดเพียง 3 เข็ม (0,7,21 หรือ 28) (ภายใน 1 เดือน) มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้สูงกว่า การฉีดวัคซีนหลังถูกสัตว์กัด และยังประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า,ไม่ต้องฉีดเซรุ่มหรือ อิมมูโนโกลบูลิน ซึ่งมีราคาแพงและมีโอกาสแพ้ได้และอาจหาได้ยากในบางพื้นที่ หากถูกสัตว์กัดก็สามารถฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียง 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันก็จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ทันท่วงที

9. หากฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้วโดนกัดจะไม่เป็นอันตรายใช่หรือไม่
• ถ้ามีประวัติเคยฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามาแล้ว อย่างน้อย 3 DOSE ถ้าถูกสัตว์กัดก็เพียงฉีดกระตุ้น 2 เข็มโดยไม่ต้องฉีดเซรุ่ม หรืออิมมูโนโกลบูลิน ภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นเร็ว และโอกาสเกิดโรคก็น้อยลงมาก
** ถ้าได้รับมาภายใน 6 เดือน ฉีดกระตุ้นเพียงครั้งเดียว **
** ถ้าได้รับมาเกิน 6 เดือน ฉีดกระตุ้น 2 ครั้ง ในวันที่ 1 และ 3 **

10.หากฉีดวัคซีนไม่ครบ จะเกิดอะไรขึ้น
• มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ถ้าโดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด เพราะระดับภูมิคุ้มกันจะไม่เพียงพอในการป้องกันโรค

11.อาการแรกเริ่มของการติดเชื้อจะเป็นอย่างไร
• อาการนำจะเริ่มมีไข้ อ่อนเพลียคล้ายหวัด อาจมีปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน อารมณ์เปลี่ยนแปลง กระสับกระส่าย มีอาการคันรอบ ๆ บริเวณที่ถูกกัด หรือคันแขนขาข้างที่ถูกกัด อาจมีอาการชา เจ็บเสียวรอบๆ บริเวณที่ถูกกัด

12. พิษสุนัขบ้าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่
• ได้ครับ ถ้าหากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการแสดงของโรคพิษสุนัขบ้า หรือได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า

13 .วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น หากถูกสุนัขหรือแมวกัด
1. รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และสบู่หลายๆครั้ง พยายามล้างให้เข้าถึงรอยลึกของแผล ถ้าไม่มีสบู่อาจใช้ผงซักฟอก
2. เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ (Povidone-iodine) แทนก็ได้
3. ควรกักขังและเฝ้าสังเกตอาการของสัตว์อย่างน้อย 10 วัน
4. ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทันที หรือภายใน 2 วันและฉีดวัคซีนตามนัดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 3 DOSE แรก


ข้อมูลแพทย์แผนกอายุรกรรม

แพทย์หญิงเนตรชนก สามไชย

แพทย์หญิงรุจรวี จันทร์คำอ้าย

นายแพทย์ณรงค์ นาคเจริญวารี

นายแพทย์ดุษฎี วิชญชีวินทร์

แพทย์หญิงวิชญา อุ่นอนันต์

นายแพทย์สมมิตร ปริยอัครกุล

นายแพทย์นพนาท เทียนทอง

นายแพทย์ชาญชัย ลี้สมประสงค์

แพทย์หญิงมธุรส วิโรจนวัธน์

นายแพทย์บัญชา ยศธนายน

นายแพทย์สุชาติ เหตุทอง
ย้อนกลับ