คำแนะนำการปฏิบัติตัว สำหรับผู้ป่วยสวนหัวใจ
logo
 คำแนะนำการปฏิบัติตัว สำหรับผู้ป่วยสวนหัวใจ โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
คำแนะนำการปฏิบัติตัว สำหรับผู้ป่วยสวนหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) เกิดจากการเกาะของคราบไขมันภายในผนังหลอดเลือดหัวใจทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอจนเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและอาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายหากมีการอุดตันรุนแรงแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

อาการหลอดเลือดหัวใจ
เหนื่อยง่ายผิดปกติ เจ็บแน่นกลางหน้าอกหรือลิ้นปี่ ร้าวไปกรามหรือแขนหรือทะลุหลังใจสั่น เหงื่อท่วม หมดแรง เป็นลมหมดสติ

กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิต จากโรคหลอดเลือดหัวใจ
► อายุมากกว่า 45ปี
► บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ
► ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
► ความดันโลหิตสูง
► ผู้มีภาวะอ้วน
► ผู้สูบบุหรี่
► ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ
1. รักษาโรคร่วมและควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น เลิกบุหรี่ คุมอาหาร ลดน้ำหนัก รักษาเบาหวาน คุมความดันโลหิตและไขมันในเลือด
2. การรักษาทางยา เช่นการใช้ยาละลายลิ่มเลือด ต้านเกล็ดเลือด ขยายหลอดเลือดและยาลดไขมัน
3. การรักษาผ่านสายสวนหัวใจ โดยการทำบอลลูน
4. การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดที่อุดตัน

สิ่งสำคัญที่ต้องรีบบอกแพทย์และพยาบาล
1. ประวัติการแพ้ยา สารทึบรังสี หรืออื่นๆ
2. โรคประจำตัวที่มีอยู่ เช่น หอบหืด โรคไต โรคเลือด อื่นๆ
3. มีไข้สูง มีอาการผิดปกติ
4. มีประจำเดือนหรือภาวะเลือดออกผิดปกติ

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อตรวจสวนหัวใจ
1. เมื่อผู้ป่วยถึงห้องสวนหัวใจ จะได้นอนบนเตียงเตรียมตรวจ
2. พยาบาลจะทายาฆ่าเชื้อ พร้อมกับห่มตัวผู้ป่วยด้วยผ้าอบฆ่าเชื้อ
3. แพทย์ฉีดยาชาที่บริเวณแขนขวาขา(ขาหนีบข้างขวาในบางราย) ขณะทำผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลาระหว่างการสวนจะไม่มีอาการเจ็บ หากมีอาการเจ็บให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลในห้องสวนหัวใจทันที
4.แพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือด สายสวนมีลักษณะเป็นท่ออ่อนมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณไส้ปากกา สายสวนจะเข้าไปในหลอดเลือดจนถึงหัวใจ แล้วใช้เครื่องเอกซเรย์ถ่ายภาพหลอดเลือดเป็นชุดอย่างรวดเร็ว ภาพที่ได้แสดงให้เห็นช่องทางการไหลของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอย่างละเอียด ขั้นตอนการสวนหัวใจและฉีดสีใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที
5. เมื่อสวนหัวใจเสร็จผู้ป่วยและญาติจะได้รับคำอธิบายผลการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางโดยตรง พร้อมดูภาพการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
6. ผู้ป่วยกลับห้องพักเพื่อคอยสังเกตอาการที่ผิดปกติอย่างใกล้ชิดและทำการกดห้ามเลือดบริเวณข้อมือข้างขวา หรือ ขาหนีบในบางราย
7. ในบางรายที่มีอาการผิดปกติเช่นเจ็บหน้าอกใจสั่น ความดันโลหิตต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ท่านจะต้องนอนพักที่หอผู้ป่วยหนักหัวใจ จนกว่าจะมีอาการปกติจึงส่งกลับห้องพักผู้ป่วย

การดูแลตนเองหลังการตรวจสวนหัวใจ
1. หลังจาการกดห้ามเลือดแล้วห้ามขยับข้อมือข้างที่ทำการตรวจรักษา เป็นเวลา 4 ชั่วโมง
2. หากไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน สามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้ตามปกติ
3. ถ้ามีเลือดออกบริเวณแผลมีอาการปวดชา หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ให้แจ้งพยาบาลทราบทันที

การดูแลแผล
1. หลังทำการรักษา พยาบาลจะเปิดแผลทำความสะอาด
2. ระวังอย่าให้แผลเปียกน้ำ 1 วัน หลังจากนั้นเอาผ้าปิดแผลออก แผลสามารถถูกน้ำได้ตามปกติ
3. งดใช้แขนหรือขาข้างที่มีแผล ทำงานหนัก หรือออกกำลังกาย 1 สัปดาห์

อาการผิดปกติที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์
1. มีไข้
2. แผลอักเสบ บวมแดง เขียวฟอกช้ำมาก ปวดแผลมาก บริเวณขาหรือแขนที่สวนหัวใจ
3. อาการผิดปกติอื่นๆ เช่น เหนื่อย แน่นหน้าอก

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการสวนหัวใจ
► เลือดออกหรือมีรอยช้ำ
► หลอดเลือดบริเวณที่ใส่สายสวนได้รับบาดเจ็บ
► หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง (0.4%)
► แพ้สารทึบรังสีหรือแพ้ยาที่ใช้(1.6%)
► การทำงานของไตแย่ลง (1%)
► เนื้อเยื่อหัวใจหรือหลอดเลือดฉีกขาด(0.1%)
► อาจมีลิ่มเลือดอุดตันทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต (0.07%)
► อาจเสียชีวิต (0.1%)

คำแนะนำการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ
1. วอร์มร่างกาย 10 – 15 นาที ก่อนออกกำลังกาย
2. ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว เริ่มจากครั้งละ 5 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น
สัปดาห์แรก วันละ 5 – 10 นาที
สัปดาห์ที่ 2 วันละ 10 – 15 นาที
สัปดาห์ที่ 3 วันละ 15 – 20 นาที
สัปดาห์ที่ 4 วันละ 25 นาที
สัปดาห์ที่ 5 – 6 วันละ 30 นาที
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

หากมีอาการต่อไปนี้ ควรงดการออกกำลังกาย
► แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบและ ใจสั่น
► เจ็บป่วย เป็นไข้ ท้องเสีย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
► อากาศร้อนหรือ เย็นเกินไป

คำแนะนำการบริโภคอาหารโรคหัวใจ
ข้าว-แป้ง เน้นทานข้าวแป้งขัดสีน้อย เช่นข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ
ผัก เน้นทานผักให้หลากหลายชนิด ประมาณ 4-6ทัพพี/วัน
ผลไม้ ทานให้หลากหลายได้สัดส่วน โดยประมาณ 3มื้อ/วัน เช่น ผลไม้ชิ้น 6-8ชิ้นคำ/มื้อ หรือ 1ผลกลาง ,ครึ่งผลใหญ่เลี่ยงผลไม้รสหวานจัด และ น้ำผลไม้
นม ควรบริโภคนมไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย
เนื้อสัตว์ เน้นการทานปลาเป็นหลัก ไข่เนื้อสัตว์ไม่ติดมันควรเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง เครื่องใน
น้ำมันที่ใช้ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันคาโนล่า(Canola Oil) ควรเลี่ยงน้ำมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เนยขาว มาการีน


ข้อมูลแพทย์ศูนย์หัวใจ

นายแพทย์เอกลักษณ์ คูณสิริไพบูลย์

นายแพทย์มนตรี เจริญพานิชสันติ

นายแพทย์สุทิน จันทิมา

แพทย์หญิงชลสิริ เศรษฐสิริโชติ
ย้อนกลับ