การส่องกล้องทางเดินอาหาร ปลอดภัย วินิจฉัยโรคชัดเจน
logo
 การส่องกล้องทางเดินอาหาร ปลอดภัย วินิจฉัยโรคชัดเจน โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
การส่องกล้องทางเดินอาหาร ปลอดภัย วินิจฉัยโรคชัดเจน
การส่องกล้องเป็นเทคนิคพิเศษของการตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนต้นและส่วนปลาย ซึ่งทางเดินอาหารประกอบไปด้วยหลอดอาหารกระเพาะอาหารลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ทวารหนัก

ประโยชน์ของการส่องกล้องทางเดินอาหาร มีอะไรบ้าง ?
การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารในปัจจุบัน มีประโยชน์อย่างมาก เพราะสามารถตรวจหาความผิดปกติได้เลย เช่น ดูแผล เยื่อบุทางเดินอาหาร ก้อนต่างๆ การอักเสบ กรดไหลย้อน นอกจากนั้นยังสามารถทำการรักษาได้เลยระหว่างส่องกล้อง เช่น จุดที่มีเลือดออกแพทย์สามารถจี้หยุดเลือดได้ และที่สำคัญแพทย์สามารถวิเคราะห์โรคขณะส่องกล้องได้เลย ถ้าแพทย์พบความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารในส่วนใดแพทย์ก็สามารถตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งทางเดินอาหาร หากตรวจพบมะเร็งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถรักษาได้ทันท่วงทีเนื่องจากมะเร็งมักจะแสดงอาการเมื่อเป็นมากแล้ว ทำให้รักษายากและอัตราการเสียชีวิตสูง

ชนิดของการส่องกล้องทางเดินอาหาร
1. การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper GI endoscopy) ลักษณะเครื่องมือมีลักษณะเป็นท่อ เล็กๆ มีกล้องขนาดเล็กและหลอดไฟติดอยู่ส่วนปลาย ภาพจะปรากฏที่จอโทรทัศน์แพทย์สามารถมองรายละเอียดของทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
1.1 จะเจ็บมากไหม เมื่อต้องเข้ารับการส่องกล้อง? เนื่องจากก่อนใส่อุปกรณ์แพทย์ จะพ่นยาชาที่บริเวณคอ หากผู้ป่วยกังวลมากอาจให้ยาเพื่อช่วยให้หลับเพื่อคลายความกังวล
1.2 การเตรียมตัวก่อนการส่องกล้อง? แพทย์จะแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อน 6-8 ชม.
1.3 วิธีการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น แพทย์จะใส่อุปกรณ์เข้าทางปาก ผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น ระหว่างใส่อุปกรณ์แพทย์จะเห็นภาพของอวัยวะต่างๆทางจอโทรทัศน์ หากพบก้อนเนื้อผิดปกติก็จะตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจและหากพบแผลหรือจุดที่มีเลือดออกก็อาจจะทำการรักษาโดยการจี้เพื่อหยุดเลือด

2. วิธีการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนปลาย เป็นการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลักษณะเครื่องมือเป็นท่อขนาดเล็กปลายมีกล้องมีเลนส์ขยายภาพโค้งงอได้ โดยจะส่องตรวจผู้ที่มีอาการดังนี้
• ท้องผูกเป็นประจำหรือท้องผูกสลับกับท้องเสีย
• ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน
• เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นทางทวารหนัก
• ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้อง
• คลำพบก้อนในท้อง น้ำหนักลด
• ซีด มีอาการอ่อนเพลีย
• อายุเกิน 50 ปี
• มีประวัติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว

การเตรียมตัวก่อนตรวจ
ก่อนตรวจ 2-3 ผู้ป่วยต้องรับประทานอาหารอ่อน งดผัก ผลไม้ ยาบำรุงเลือด ยาแก้ท้องเสีย หนึ่งวันก่อนการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับยาระบายรับประทานเพื่อทำความสะอาดลำไส้ทั้งหมด ขณะแพทย์ทำการส่องกล้องจะได้เห็นลักษณะพื้นผิวของลำไส้อย่างชัดเจน การเตรียมลำไส้ดังกล่าวสามารถทำมาจากที่บ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าพักในโรงพยาบาล หลังรับประทานยาระบาย ผู้ป่วยอาจมีถ่ายเหลวได้เฉลี่ย 6-8 ครั้ง หากผู้ป่วยถ่ายมากเกินไปและมีอาการอ่อนเพลียอาจดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทนได้ แต่ในบางรายที่ถ่ายท้องมากเกินไปและเพลียมาก อาจให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อลดอาการอ่อนเพลียและก่อนทำการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการฉีดยานอนหลับและยาลดอาการปวด เพื่อลดความรู้สึกตึงแน่นในท้องจากการเป่าลมเข้าไปเพื่อให้ลำไส้ขยายตัวออกเหมือนลูกโป่งที่พองตัว แพทย์จะได้เห็นความผิดปกติภายในได้อย่างละเอียด ใช้ระยะเวลาในการทำโดยเฉลี่ย 15-30 นาที

ขั้นตอนการตรวจ
1. ผู้ป่วยจะนอนตะแคงและแพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทางทวารหนักไปจนถึงลำไส้ใหญ่ ผู้ถูกตรวจจะไม่รู้สึกเจ็บ เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับและยาแก้ปวดขณะส่องกล้อง หากพบก้อนเนื้อที่ความผิดปกติหรือน่าสงสัยแพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ เมื่อประสิทธิภาพของยานอนหลับหมดลง ผู้ป่วยจะค่อยๆ รู้สึกตัว อาจรู้สึกเวียนหัว ตาลาย หรือหน้ามืด ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรนอนพักผ่อนให้สบายจนรู้สึกตัวดี ในกรณีที่ต้องการลุกขึ้นหรือเปลี่ยนท่าทาง ควรเปลี่ยนอย่างช้าๆ เป็นขั้นตอน จากนอนเป็นนั่ง จากนั่งเป็นยืน และจากยืนเป็นเดิน เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสู่สมดุล

2.ในช่วงระยะ 2-3 ชั่วโมงแรกหลังการส่องกล้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถรับประทานอาหาร กลับบ้าน หรือปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ ผู้ป่วยอาจยังรู้สึกแน่นท้อง มีลมในท้อง หรือปวดท้องคล้ายจะถ่าย แต่เมื่อเข้าห้องน้ำอาจมีแค่ลมระบายออกมา ซึ่งเป็นผลจากลมที่ขยายลำไส้ระหว่างการส่องกล้อง ซึ่งสามารถระบายออกได้เองตามธรรมชาติด้วยการเรอหรือผายลม จัดเป็นภาวะปกติหลังการส่องกล้อง ผู้ป่วยไม่ควรกลั้นลมไว้ เพราะอาจทำให้ท้องอืดหรือปวดเกร็งท้อง และไม่ควรเบ่งแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้เสียดท้อง ปวดท้อง หรือถ่ายมีเลือดปนได้ ในกรณีที่มีอาการมากอาจรับประทานยาขับลมร่วมด้วยได้

3.การส่องกล้องเป็นการตรวจที่มีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีโอกาสเกิดลำไส้ทะลุหรือภาวะเลือดออกได้ในรายที่มีการทำหัตถการร่วมด้วย เช่น การตัดติ่งเนื้อ แต่โอกาสเกิดขึ้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือมีไข้ขึ้นสูงหลังการส่องกล้องควรกลับมาพบแพทย์ทันที

4.เนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในห้าของโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย สมาคมแพทย์ทางเดินอาหารประเทศไทยจึงแนะนำให้คนปกติที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ควรเข้ารับการส่องกล้องเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่ตรวจแล้วพบว่าปกติ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในช่วงสิบปีต่อไปน้อยมาก ซึ่งปัจจุบันก็มีผลงานวิจัยทางการแพทย์ออกมายืนยันแล้วว่า วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ที่ดีที่สุดคือ การตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม และตัดเนื้องอกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในระยะแรก

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น 8 อาคาร B โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา
โทร : 038-317-333 ต่อ 3835,3836 หรือ088-5000-204,089-938-4744


ข้อมูลแพทย์ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ

นายแพทย์รัฐพล ธรรมานุสาร

แพทย์หญิงพรจุฑา พันธนะอังกูร
ย้อนกลับ